ศิษย์เก่าไม่ถอย! ให้ปากคำรอบ 3 จี้เอาผิดปม ผอ. ตัดต้นไม้ขาย
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 69 ที่ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย ได้เข้าพบ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กมลาไสย เพื่อให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กรณีร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมพวก ตามความอาญา มาตรา 157 และข้อหาอื่นหากพบในภายหลัง กรณี ผอ.โรงเรียน สั่งตัดไม้โรงเรียนขายให้กับพ่อค้าไม้ ที่ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสอบสวน มีการเรียกพยานมาสอบปากคำจำนวนมาก ที่ได้ทั้งเอกสาร ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ โดยศิษย์เก่ายืนยันต้องการให้มีการลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด รายงานแจ้งว่าตั้งแต่มีการแจ้งความเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 69 ตัวแทนศิษย์เก่าได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ในส่วนของหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ได้ทั้งพยานบุคคล ภาพถ่าย และเอกสารสำคัญ ที่สรุปได้ว่าการตัดต้นไม้ในครั้งนี้ ไม่มีการขออนุญาตจาก กรมธนารักษ์
พ.ต.ท.จักรรินทร์ กล่าวว่า การเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ในครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนศิษย์ยืนยันที่จะให้ พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียน เพียงคนเดียว เพราะศิษย์เก่าทุกคนที่ช่วยกันรวบรวมหลักฐานมา พบว่าปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนจะเกิดขึ้นไม่ได้หาก ผอ. ไม่เป็นผู้สั่งให้ตัด แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือขั้นตอนกระบวนการทำคดีทั้งจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้รับผิดชอบโดยตรงในสายบังคับบัญชาก็คือ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ หรือ สพม.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย ที่มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้น โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์ดำรงธรรม ที่ตนเองได้เข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตนเอง จนถึงขณะนี้คณะศิษย์เก่าฯ ก็ยังไม่เคยได้รับการประสานงานจาก นายอำเภอกมลาไสย ในฐานะหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม แม้แต่ครั้งเดียว จึงไม่เข้าใจว่า การทำงานที่เหมือนต่างฝ่ายต่างทำหรือต่างฝ่ายต่างนิ่งเฉยเพื่อให้เรื่องมันเงียบหรือไม่
พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีตัดไม้ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบสวนปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ทั้งครู-ศิษย์เก่า และพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ได้ข้อมูลทั้งพยานบุคคลและพยานรูปภาพ ในทางคดีได้ประสาน พฐ. (พิสูจน์หลักฐาน) จากตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อย รวมถึงได้เชิญเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มาตรวจสอบเพื่อระบุชนิดไม้ครบถ้วน และในขณะนี้การรวบรวมพยานหลักฐานใกล้ที่จะเพียงพอที่จะส่งเรื่องต่อไปยัง ป.ป.ท. เนื่องจากมีการกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ซึ่ง ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวนโดยตรง
“พฤติการณ์ในคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน พยานหลักฐานชัดเจนว่า "คุณครูคนใด" ได้ขออนุมัติตัดแต่งกิ่งไม้ และได้ชักชวนหรือว่าจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาตัด แต่รายละเอียด ว่าเป็นการตัดตามคำสั่งหรือทำเกินกว่าคำสั่งนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ ที่ล่าสุด พนักงานสอบสวนรายงานว่า คดีนี้ ทาง ผอ.โรงเรียน ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล (คนตัดไม้) ที่เข้ามาตัดไม้ในโรงเรียนตามข้อหาลักทรัพย์ ที่มีการระบุชื่อที่อยู่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้วว่าเป็นคนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกสอบปากคำ” ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าว
พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวต่อว่า คดีนี้ จึงแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก คดีกล่าวหา ผอ. ตามมาตรา 157 ซึ่งจะส่งสำนวนให้ ป.ป.ท. ในสัปดาห์หน้า และส่วนที่สอง คดีที่ ผอ. แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกลุ่มคนตัดไม้ในข้อหาลักทรัพย์ ทางตำรวจจะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและรับทราบรายละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ การตัดไม้ในพื้นที่ราชการหรือที่ราชพัสดุ ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด หากจะดำเนินการต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนและได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้อง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน
ด้านแหล่งข่าวแจ้งว่า ศิษย์เก่าที่ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการหลายองค์กร หลากหลายอาชีพ เริ่มมีการพูดคุยกันในวงสนทนาเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรม โดยเฉพาะ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ที่เป็นสายบังคับบัญชาโดยตรง ในกรณีการใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ เกี่ยวกับผลกระทบและการดำเนินการเมื่อครูโดนคดีอาญา ตามขั้นตอน ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา เมื่อถูกดำเนินคดีอาญา ครูต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นเมื่อผู้บังคับบัญชาทราบ ต้องมีคำสั่งพักราชการหรือให้ออกราชการไว้ก่อน กรณีนี้หากเป็นคดีร้ายแรงหรือกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือของทางราชการ ผู้บังคับบัญชาอาจมีคำสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างรอผลคดี แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อมีการย้าย ผอ.โรงเรียนกมลาไสย เข้ามาที่ สพม.กาฬสินธุ์ ด้าน ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ก็ควรที่จะพิจารณาให้พักราชการไว้ก่อนหรือไม่ เพราะถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน และจะเป็นการลดกระแสรุมเร้าระหว่าง ศิษย์เก่ากับผู้บริหารสถานศึกษา ที่หากกรณีนี้การสืบสวนล่าช้า อนาคต ศิษย์เก่าอาจจะไปแจ้งความกับ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ตามมาตรา 157 ก็เป็นได้.