ผัวแพ้ปลาร้าแทงเมียดับ ไม่พาไปรพ. สะเทือนใจบริจาคโลงศพสุดท้ายใช้เอง
พ่อค้าทุเรียนโมโหอ้างแพ้ปลาร้า เมียไม่พาไป รพ. คว้ามีดจ้วงดับ สะเทือนใจเคยบริจาคโลงศพ สุดท้ายได้ใช้เอง พี่สาวลั่นไม่น่าฆ่ากัน ด้านตำรวจค้านประกัน
วันที่ 2 ก.ย. 69 จากกรณีเกิดเหตุหญิงถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณแผงขายทุเรียนใกล้ตลาดหนองปรือเก่า ริมถนนสาย 344 บ้านบึง–แกลง หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบหญิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส นอนหมดสติ และเสียเลือดเป็นจำนวนมาก โดยมีน้องสาวของสามีผู้บาดเจ็บประคองร่างไว้บนตัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลและทำ CPR เพื่อยื้อชีวิต พร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านบึงเข้ารับช่วงต่อ ก่อนที่หญิงรายดังกล่าวจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.บุญรัตน์ อายุ 37 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง บริเวณต้นแขนขวามีมีดเสียบคาอยู่ นอกจากนี้ยังพบบาดแผลลึกบริเวณหัวไหล่ และบาดแผลลึกและกว้างบริเวณชายโครงด้านขวา ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายอิศรา อายุ 39 ปี สามีของผู้เสียชีวิต มีอาชีพค้าขายทุเรียน ภายหลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีช่วยกันควบคุมตัวไว้ ก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
จากคำให้การเบื้องต้น นายอิศราอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปกับภรรยาเพื่อซื้อทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรีกลับมาขายที่แผง ระหว่างเดินทางได้แวะรับประทานอาหารและสั่งส้มตำ โดยตนได้แจ้งภรรยาว่า ไม่สามารถรับประทานปลาร้าดิบได้ เนื่องจากเคยมีอาการแพ้
ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ระหว่างรับประทานพบชิ้นปลาร้าอยู่ในส้มตำ หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีอาการผิดปกติ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ปากบวม และหายใจไม่สะดวก จึงไปซื้อยาแก้แพ้มารับประทาน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น และขอให้ภรรยาพาไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม ภรรยาขอลงทุเรียนและจัดการงานให้เสร็จก่อน ทำให้ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน นายอิศราอ้างว่า เมื่อเห็นว่าอาการแพ้ไม่ดีขึ้น จึงคิดจะขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง แต่ระหว่างนั้นได้ยินภรรยาพูดในลักษณะประชดว่า หากรู้ว่าแพ้ปลาร้าขนาดนี้จะให้แม่ค้าใส่มาเยอะกว่านี้ พร้อมพูดทำนองว่า “ถ้าจะไปก็ไป แล้วไม่ต้องกลับมา”
นายอิศราอ้างว่า คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความโมโหและน้อยใจ คิดว่าภรรยาไม่สนใจอาการของตน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย โดยไปคว้ามีดที่ใช้สำหรับปอกทุเรียนก่อเหตุแทงภรรยาหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังแผงขายทุเรียนจุดเกิดเหตุ และได้พบกับ นางพิมพ์ผกา พี่สาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจัดการเรื่องศพและติดตามคดีของน้องสาว
นางพิมพ์ผกา เปิดเผยว่า ตนไม่เคยรู้จัก หรือเห็นหน้าน้องเขยคนนี้มาก่อน ทราบเพียงว่าน้องสาวเพิ่งคบหากับผู้ก่อเหตุได้ประมาณ 3 เดือน ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเพิ่งมาทราบจากข่าวว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องปลาร้า และอาการแพ้ของผู้ก่อเหตุ
“แค่เรื่องไม่กินปลาร้า หรือแพ้ปลาร้า ก็ไม่น่าจะต้องฆ่ากันถึงขนาดนี้ น้องเราเป็นผู้หญิง จะเอากำลังที่ไหนไปสู้กับผู้ชาย แล้วยังใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต”
พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า อยากให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมา และกล่าวขอโทษญาติพี่น้องกับสิ่งที่ทำลงไป พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจภายหลังเกิดเหตุ นายอลงกรณ์ พยัคบูรพา เจ้าหน้าที่อาสาชมรมพยัคบูรพา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมบริจาคเงินสำหรับจัดซื้อโลงศพ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้ยากไร้
เมื่อทราบข่าวว่า น.ส.บุญรัตน์เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนและสมาชิกชมรมต่างรู้สึกตกใจ และเสียใจอย่างมาก ทางชมรมฯ จึงตัดสินใจนำโลงศพที่ผู้เสียชีวิตเคยร่วมบริจาคไว้ นำกลับมาใช้บรรจุร่างของผู้เสียชีวิตเอง พร้อมประสานช่วยเหลือนำร่างกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์
นายอลงกรณ์ ระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งชมรมจิตอาสามา ยังไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ที่ผู้มีจิตศรัทธาเคยร่วมบริจาคเงินซื้อโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น สุดท้ายกลับต้องมาใช้โลงที่ตนเองเคยร่วมทำบุญไว้ ทำให้ทุกคนในชมรมรู้สึกหดหู่และสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
ด้าน ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ ใจกว้าง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เจ้าของคดี เปิดเผยความคืบหน้าว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” กับนายอิศรา
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าสาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากความโมโหและน้อยใจ เนื่องจากตนมีอาการแพ้ปลาร้า เกิดผื่นคันและหายใจไม่สะดวก จึงขอให้ภรรยาพาไปโรงพยาบาล แต่ภรรยายังต้องการลงทุเรียนและจัดการงานให้เสร็จก่อน ประกอบกับมีการพูดโต้เถียงกัน จนทำให้ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนใช้มีดก่อเหตุแทงภรรยาจนเสียชีวิต
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมนำตัวนายอิศราไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชลบุรี และพนักงานสอบสวนจะยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง
ส่วนร่างของ น.ส.บุญรัตน์ ทางญาติและชมรมจิตอาสาจะนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดในจังหวัดบุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ขณะที่ญาติยังยืนยันต้องการให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมและให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด