“ตลาดหุ้นสหรัฐ” จ่อผันผวนหนัก ก.ย.-ต.ค. นักลงทุนแห่ซื้อประกันความเสี่ยงผ่าน VIX
สัญญาณจาก VIX สะท้อนนักลงทุนเริ่มเพิ่มการป้องกันความเสี่ยง ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ตลาดมักผันผวนสูง ท่ามกลางแรงกดดันจากดอกเบี้ย ตลาดบอนด์ การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 15.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าดัชนีความผันผวน Cboe Volatility Index (VIX) ซึ่งมักถูกเรียกว่าดัชนีวัดความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐ เริ่มส่งสัญญาณว่านักลงทุนกำลังเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในพอร์ต ก่อนเข้าสู่ช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งในอดีตถือเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูง หลัง VIX มักลดลงในช่วงกลางปีแล้วกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว
นอกจากปัจจัยตามฤดูกาลแล้ว ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ความเสี่ยงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและปริมาณพันธบัตรที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก แนวโน้มนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลาง รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งอาจผลักดันให้นักลงทุนเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงจากสิ่งที่ ชาร์ลี แมคเอลลิกอตต์ นักกลยุทธ์ของ Nomura เรียกว่า “negative risk trinity”
แมคเอลลิกอตต์ระบุว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นมีบางสิ่งที่ต้องป้องกันความเสี่ยงแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้นำเงินสดกลับเข้าลงทุนในตลาด โดย VIX three-month call skew ซึ่งเป็นตัวชี้วัดต้นทุนของออปชันสำหรับป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในระดับ เปอร์เซ็นไทล์ที่ 91 สะท้อนว่าการวางเดิมพันว่าความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามีต้นทุนค่อนข้างสูง
ลุค ราห์บารี ซีอีโอของ Equity Armor Investments กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี คาดว่าความผันผวนของตลาดหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในทิศทางขาขึ้นและขาลง เนื่องจากการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง และแรงกดดันจากสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่าความตึงเครียดในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกำลังส่งผ่านมายังตลาดหุ้น
ขณะเดียวกัน MOVE Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนจากตลาดออปชันของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากตลาดพันธบัตรต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และปริมาณพันธบัตรรัฐบาลที่ออกสู่ตลาด
แซคคารี กริฟฟิธส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ Investment Grade และ Macro ของ CreditSights ระบุว่า ทั้ง MOVE และ VIX อยู่ใกล้ระดับค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ Corporate Credit Spreads ยังคงแคบมากเมื่อเทียบกับระดับในอดีต ซึ่งความผันผวนของตลาดอาจเพิ่มขึ้นอีกหลังผ่านช่วงการซื้อขายที่ซบเซาในฤดูร้อน
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนอาจเริ่มคลี่คลายลงหลังผ่านเดือนตุลาคม โดยเจมส์ อู๋ นักกลยุทธ์ตลาดของ Tiger Brokers ระบุว่า ตามสถิติแล้วความผันผวนมักลดลงในเดือนพฤศจิกายน โดย VIX มีแนวโน้มลดลงประมาณ 4% หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และทำให้นักลงทุนมองเห็นทิศทางนโยบายของรัฐบาลได้ชัดเจนขึ้น
อ้างอิง : cnbc.com