โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ด่วน! ‘อัยการญี่ปุ่น’ สั่งไม่ฟ้อง ‘หญิงไทยวัย 28’ หิ้วซองกาแฟซุกไอซ์ 900 กรัม

เดลินิวส์

อัพเดต 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.47 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หญิงไทยวัย 28 ปี หิ้วกาแฟซุกไอซ์ ถูกจับคาสนามบินฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น ได้เฮ หลังอัยการญี่ปุ่น สั่งไม่ฟ้อง ชี้ไม่มีเจตนา ไม่เกี่ยวข้องเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาก่อน

กรณีผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี และ น.ส.กันยาวีร์ อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา แจ้งว่า น.ส.จุฑาทิพย์ ทองน้อย อายุ 28 ปี บุตรสาว พร้อมด้วย นายศราวุธ อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มของบุตรสาว และเพื่อนอีก 1 คน มีอาชีพรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 69 โดยขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง เมื่อไปถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสัมภาระของ น.ส.จุฑาทิพย์ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงถูกควบคุมตัว และแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติด (ยาไอซ์) เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 69 ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

จับตาคำสั่งฟ้องอัยการญี่ปุ่น 31 ก.ค.นี้ คดีหญิงไทยหิ้วกล่องพัสดุ ยัดไส้ไอซ์ในซองกาแฟ!

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตนได้รับการประสานงานจากตำรวจญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ทราบว่าอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง น.ส.จุฑาทิพย์ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าเหตุใดจึงสั่งไม่ฟ้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน แต่ทราบเบื้องต้นว่าอัยการญี่ปุ่นมองว่าหญิงไทยไม่มีเจตนา หรือน่าเชื่อได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงผู้หิ้วนำเอาสินค้า ซึ่งไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งไม่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด หรือพัวพันในเรื่องยาเสพติดมาก่อนด้วย จึงสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยรายดังกล่าว ซึ่งกรณีที่ทางการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาชาวไทยในคดียาเสพติดนั้น เคสนี้ก็ไม่ใช่เคสแรกที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะที่ผ่านมาก็มีทั้งกรณีที่อัยการญี่ปุ่นสั่งฟ้องกับสั่งไม่ฟ้องด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทางคดีที่จะนำมาพิจารณา

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เผยอีกว่า กระบวนการหลังจากนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น จะมีการประสานงานกับทางกรมการกงสุลของประเทศไทย เพื่อที่จะได้ยืนยันว่าหญิงไทยรายนี้เป็นอิสระจากคดียาเสพติดแล้ว เพื่อหญิงไทยจะได้เดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะเป็นความรับผิดชอบและการประสานงานกันระหว่างเจ้าหน้าที่กงสุลของไทยและครอบครัวของหญิงไทยรายดังกล่าว ว่าจะได้พาตัวหญิงไทยกลับมาประเทศไทยในวันเวลาใดต่อไป ส่วนการดำเนินงานของ ป.ป.ส. หลังจากนี้ เราจะเน้นไปที่การสืบสวนขยายผลติดตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในภาพรวม ส่วนเรื่องคดีความต่าง ๆ จะเป็นหน้าที่ของตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ในการดำเนินการต่อไป ส่วนประเด็นที่ว่าหากถูกผลักดันกลับประเทศแล้วจะติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนและต้องรอเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ในการดูแลเรื่องการคุ้มครองสิทธิหญิงไทย จะมีในส่วนของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.) ที่คอยประสานกับครอบครัว

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เผยต่อว่า ส่วนถ้าหากว่าหญิงไทยรายดังกล่าวเดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้วจะถูกดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษีศุลกากรกรณีนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไปต่างประเทศหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะเป็นการพิจารณาในส่วนของพนักงานสอบสวนตำรวจ บช.ปส. ว่าจะมีการพิจารณาดำเนินคดีในส่วนนี้หรือไม่ อย่างไร รวมไปถึงการขยายผลในส่วนของไรเดอร์ชาย ที่เป็นผู้นำส่งกล่องพัสดุมายังบ้านของหญิงไทยรายดังกล่าวอีกด้วย นอกจากนี้ ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. และชุดทำงานของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้ร่วมกันแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบข้อมูลบางส่วนแล้ว ว่าไรเดอร์ชายรายนี้มีการขับรถยนต์เข้ามาส่งกล่องพัสดุด้วยตัวเองจริง และเป็นการถูกจ้างมา ส่วนปลายทางหลังจากนี้ว่าไปต่อที่ใด ตำรวจก็พบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แต่เราก็ยังให้เวลาไรเดอร์มาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอยู่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเงียบ ไร้การประสานเข้าพบเจ้าหน้าที่ จึงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตำรวจที่จะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับผู้ต้องหาตามขั้นตอนต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...