โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.นำทีมผู้เชี่ยวชาญไทยหารือเมียนมาสัปดาห์หน้า แก้สารพิษแม่น้ำกก

เดลินิวส์

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.44 น. • เดลินิวส์
‘มาริษ’ เผยที่ปรึกษารมว.การต่างประเทศ นำทีมผู้เชี่ยวชาญไทยไปเมียนมาสัปดาห์หน้า หารือแก้ไขสารปนเปื้อนแม่น้ำกก

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำในแม่น้ำกกที่พบสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ว่า สืบเนื่องจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ และมีผู้สอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำของแม่น้ำกกที่มีสารปนเปื้อนซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุจากการทำเหมืองในพื้นที่ประเทศเมียนมา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อเรื่องนี้ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาของประชาชน

รมว.การต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับประเทศเมียนมาและจีนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศยืนยันให้ความร่วมมือกับไทยเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ที่ปรึกษารมว.การต่างประเทศมีกำหนดการนำคณะผู้เชี่ยวชาญของไทยไปประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของเมียนมาที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือและกำหนดแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างเป็นรูปธรรม โดยต้องเน้นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ รวมถึงพัฒนาระบบป้องกัน และควบคุมไม่ให้มีสารพิษใดๆ ปนเปื้อนไหลลงแหล่งน้ำ รวมถึงต้องร่วมกันแสวงหาความช่วยเหลือทางเทคนิคจากองค์การระหว่างประเทศในการจัดการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...