โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถบรรทุกไทยติดแหง็กด่านชายแดนสระแก้วฝั่งกัมพูชา แม้ไทยออกคำสั่งผ่อนผัน แต่กัมพูชายังปิดด่าน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 05.57 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(29มิ.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศล่าสุดบริเวณชายแดน จ.สระแก้ว ยังคงเงียบเหงา แม้ฝ่ายไทยจะออกคำสั่งผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าไทยสามารถเดินทางเข้า – ออก ได้ตามแนวทางที่กำหนดไว้ แต่ทางฝั่งกัมพูชายังไม่มีท่าทีอนุญาตให้รถไทยเดินทางข้ามแดน ทำให้รถบรรทุกทั้งสิบล้อและสิบแปดล้อจำนวนมากยังคงต้องจอดรออยู่ในพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา หนองเอียน – สตึงบท รถบรรทุกสินค้าหลายคันจอดเรียงราย บางคันบรรทุกว่างเปล่าเตรียมเดินทางกลับไทย แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เนื่องจากฝั่งกัมพูชายังไม่เปิดด่านให้เดินทางกลับ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความไม่แน่นอนในกระบวนการขนส่ง

ขณะที่บรรยากาศ ที่ ด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด ก็ไม่ต่างกัน ในพื้นที่บริเวณด่านแทบไม่มีการเคลื่อนไหว รถบรรทุกที่คาดว่าจะสามารถกลับเข้าประเทศได้ ยังคงจอดนิ่งอยู่ฝั่งกัมพูชา บางคันรอมาแล้วหลายวันโดยไม่มีความคืบหน้า

ผู้ประกอบการบางราย ระบุว่า ได้รับแจ้งเรื่องการผ่อนผันจากฝ่ายไทย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง เนื่องจาก คำสั่งไทยออกมาแล้ว แต่กัมพูชายังไม่ให้ออก ส่งผลให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะสามารถกลับเข้ามาได้เมื่อใด

ผู้ประกอบการ ยังระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับทั้งผู้ประกอบการและแรงงานขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งมีรายได้หลักจากการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศ การรอคอยโดยไม่มีความชัดเจน อาจกระทบต่อรายได้และระบบโลจิสติกส์ของทั้งสองประเทศในระยะสั้น

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...