ตรัง เปิดศึกพายเรือชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นักกีฬานับพันคนร่วมแข่งขัน
จังหวัดตรัง และ สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย เปิดฉากการแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 สนามที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ณ คลองลัดผันน้ำ ต.นาโต๊ะหมิง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มุ่งพัฒนานักกีฬาสู่ระดับสากล พร้อมผลักดันสู่ Sport Tourism
วันนี้ (3 กรกฎาคม 2568) ที่บริเวณคลองลัดผันน้ำ แม่น้ำตรัง ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง พันจ่าโท อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 (เก็บคะแนนสะสมสนามที่ 2) โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ในพิธีเปิดมีพลเรือโท นฤพล เกิดนาค นายกสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬา เข้าร่วมอย่างคึกคัก
การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2568 โดยสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทยร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักกีฬาเรือพายไทยสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติ (Sport for Excellence) พร้อมทั้งส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน (Sport for All) และยกระดับการแข่งขันสู่กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมกีฬา (Sport Tourism / Industry) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ
การแข่งขันประกอบด้วย 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 113 รายการ ได้แก่ เรือแคนู-คยัค 56 รายการ เรือยาว 29 รายการ บอร์ดยืนพาย (SUP) 16 รายการ และกรรเชียงบก 12 รายการ
กำหนดการแข่งขันแต่ละวันเป็นดังนี้:
วันที่ 3 ก.ค. 68: แข่งขันเรือพายระยะ 1,000 เมตร (รอบคัดเลือก), แข่งกรรเชียงบก และมอบเหรียญรางวัล
วันที่ 4 ก.ค. 68: รอบชิงชนะเลิศเรือพายระยะ 1,000 เมตร, SUP ระยะ 3,000 และ 1,000 เมตร, รอบคัดเลือกระยะ 500 เมตร
วันที่ 5 ก.ค. 68: รอบชิงชนะเลิศระยะ 500 เมตร, คัดเลือกระยะ 200 เมตร
วันที่ 6 ก.ค. 68: รอบชิงชนะเลิศเรือพายและ SUP ระยะ 200 เมตร พร้อมพิธีมอบเหรียญและปิดการแข่งขัน
การแข่งขันเรือพายในครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีเฟ้นหาสุดยอดนักพายไทยแล้ว ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนกีฬาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
โดยพลเรือโท นฤพล เกิดนาค นายก นายกสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนขอขอบคุณผู้ ้้ว่าราชการจังหวัดตรัง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญกับการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับชาติ สนามแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยสนามที่ 2 ทางสมาคมเลือกจังหวัดตรังเป็นสนามแข่งขันเพราะมีความพร้อมในทุกๆด้าน มีสนามแข่งขันที่สวย และจังหวัดตรังยังมีธรรมชาติมีท่องเที่ยวที่สวยงาม เรามาแข่งขันที่นี่นอกจากจะมุ่งเน้นเรื่องกีฬาแล้ว ยังได้ช่วยเผยแพร่การท่องเที่ยวของจังหวัดตรังด้วย ยังเป็นโอกาสประชาสัมพันธ์เกี่ยวการแข่งขันกีฬาเรือพายให้ประชาชนได้รับทราบ เนื่องจากกีฬาเรือภายในปัจจุบัน เป็นชนิดกีฬาที่มุ่งสู่การแข่งขันในโอลิมปิก เป็นการแข่งขันแบบสร้างความสามัคคี และความเป็นเลิศ
การแข่งขันมีทั้งประเภทเรือตามมาตรฐานโอลิมปิก ได้แก่ เรือแคนู-คายัค บอร์ดยืนพาย หรือ SUP Board นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันเรือพิเศษ คือ เรือยาวมังกร ที่นิยมใช้แข่งขันเรือยาวประเพณี ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมจำนวน 940 คน
ด้าน ตัวแทนนักกีฬาจังหวัดระนอง กล่าวว่า ตนลงแข่งขันในรายการเรือแคนู ประเภทคู่ ฝึกซ้อมมา 2 เดือน เพื่อลงแข่งขันในรายการนี้ ตนเพิ่งมาเล่นกีฬาประเภทนี้ได้ 2 ปี ตนหลงรักกีฬาเรือพาย เพราะให้ความสนุก ท้าทาย และมีเพื่อนฝูงเยอะ ตนมาถึงจังหวัดตรังและฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ประทับใจสนามที่ตรัง เป็นสนามที่สวนงามและอากาศดี