โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิน-เที่ยวไทยฟื้นแรง ครึ่งปีแรก ผู้โดยสารทะลุ 72 ล้าน แม้จีนชะลอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 04.42 น.

อุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวไทยครึ่งปีแรกโตต่อเนื่อง ผู้โดยสารทะลุ 72.68 ล้านคน กพท. เร่งดันไทยสู่ Aviation Hub-เดินหน้า Quick Win Plan เจาะตลาดอินเดีย-ยุโรป ด้านจีนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ชี้ ททท. ปรับโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ลุยกระตุ้น Low Season คาดโกยรายได้กว่า 500 ล้าน

นายมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารรวมกว่า 72.68 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารภายในประเทศ 33.37 ล้านคน และผู้โดยสารระหว่างประเทศ 39.31 ล้านคน โดยมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้นกว่า 467,000 เที่ยวบิน แม้ว่ายังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดราว 13.11% แต่ถือเป็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม

อินเดีย-ยุโรปโตแรง จีนยังไม่ฟื้นเต็มที่

นายมนัทกล่าวว่า ตลาดหลักที่เติบโตได้ดี ได้แก่ ยุโรป เอเชียใต้ และอินเดีย ขณะที่ตลาดจีนแม้ยังมีสัดส่วนสูง แต่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เนื่องจากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไป โดยหันไปเที่ยวภายในประเทศ หรือเลือกเดินทางไปยังประเทศอื่นแทน เช่น เวียดนาม และญี่ปุ่น

จากสถิติช่วงมกราคม-มิถุนายน 2568 พบว่าจำนวนผู้โดยสารขาเข้าจากจีนอยู่ที่ 3.06 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 15.61% โดยในไตรมาส 2 มีผู้โดยสารเฉลี่ยเพียง 444,129 คน/เดือน ลดลงจากไตรมาส 1 ถึง 23.05% แม้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของชาวจีน จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังคงลดลงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กพท. อยู่ระหว่างหารือกับทางการจีน เพื่อขอผ่อนผันการใช้สิทธิ Slot เป็นเวลา 1 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สายการบินไทยสามารถนำเครื่องบินไปให้บริการในเส้นทางตลาดสำคัญอื่น ๆ ได้ชั่วคราว เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโต เพื่อชดเชยภาวะชะลอตัวของตลาดจีนในช่วงนี้

ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2568) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวรวมราว 72 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 39 ล้านคน ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากตลาดใหม่อย่างตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และยุโรป ซึ่งเริ่มมีการจองที่พักและตั๋วโดยสารล่วงหน้าในช่วงปลายปี (High season) เพิ่มขึ้นแล้ว

อุตฯการบินไทยฟื้นแรง เดินหน้า Quick Win Plan-ดัน Aviation Hub

นายมนัทกล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยในภาพรวมเริ่มกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีบทบาทชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานความปลอดภัย และระบบบริการ เพื่อตอบสนองเป้าหมายในการยกระดับไทยให้เป็น “ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค” (Aviation Hub)

ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา กพท.ได้จัดทำและเดินหน้าแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Quick Win Action Plan) แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2568) มีแนวทางดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่

  • การส่งเสริมธุรกิจเครื่องบินส่วนบุคคล (Private Jet)
  • การทบทวนเกณฑ์อายุและมาตรฐานการใช้งานอากาศยาน
  • การผลักดันแนวทาง Urban Traffic Management (UTM) สำหรับการจัดการจราจรทางอากาศในเมือง
  • การเจรจาขยายเส้นทางบินตรงเข้าสู่สหรัฐอเมริกา

แผนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของ กพท. ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีการบินระหว่างประเทศ รองรับการเติบโตของนักเดินทาง และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

สายการบินเดินเครื่องเต็มสูบ-เปิดเส้นทางใหม่ต่อเนื่อง

จากกระแสการฟื้นตัวของการเดินทาง สายการบินต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศเริ่มมีการนำเครื่องบินใหม่เข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้น เช่น การบินไทย รวมถึงสายการบินต่างชาติที่เปิดเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ได้เปิดเที่ยวบินจากดูไบเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเชื่อมต่อไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะสมุย

อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะสั้น ทั้งด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค เช่น ความขัดแย้งระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน และความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ที่ทำให้สายการบินต้องเลี่ยงเส้นทางบิน ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มแสดงความลังเลในการเดินทางมายังไทย และเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศอื่น ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตลาดทดแทนที่มีศักยภาพเติบโต เช่น อินเดีย ยุโรป และตะวันออกกลาง เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว

“เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” เปิดเกมดึงเที่ยวช่วง Low Season

เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ปรับเวลาโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” จากเดิมเดือนพฤษภาคม เป็นช่วง กรกฎาคม-ตุลาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับระบบแพลตฟอร์ม และสร้างผลกระทบเชิงบวกในช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางน้อย

โดยในปีนี้ จำนวนสิทธิถูกปรับลดลงเหลือ 500,000 สิทธิ (จากเดิม 1 ล้านสิทธิ) และมุ่งเน้นสนับสนุนการเดินทางไปยังเมืองรองเป็นหลัก ตามนโยบายกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิได้แล้วจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศในช่วงโลว์ซีซั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ตลาดจีนยังฟื้นไม่เต็มที่ แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวไทยในครึ่งปีแรก 2568 กลับมาแข็งแรงอย่างชัดเจน ด้วยแรงหนุนจากตลาดอินเดีย ยุโรป และตะวันออกกลาง พร้อมมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องจากภาครัฐและการพัฒนาเชิงโครงสร้างเพื่อดันไทยสู่ “Aviation Hub” อย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิน-เที่ยวไทยฟื้นแรง ครึ่งปีแรก ผู้โดยสารทะลุ 72 ล้าน แม้จีนชะลอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...