โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

‘คลัง’ คลอดมาตรการด่วน “พักหนี้-ลดดอกเบี้ย” ช่วยผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

SMART SME

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.19 น.

กระทรวงการคลัง สั่งแบงก์รัฐฯ เปิดมาตรการช่วยเหลือ “พักหนี้-ลดดอกเบี้ย” ผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา

นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นจากเหตุปะทะกันระหว่างกำลังความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และขยายวงกว้างไปสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคมในระดับชุมชนโดยรอบ

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ในการนี้ ผมและรัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในพื้นที่โดยเร่งด่วน โดยได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินมาตรการด้านการเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการพักชำระหนี้ มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน มีรายละเอียดดังนี้

ธนาคารออมสิน

จัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย

  • มาตรการพักชำระเงินต้น

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จนถึงงวดเดือนธันวาคม 2568 และให้จ่ายดอกเบี้ยเพียงบางส่วน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระหนี้

  • มาตรการสินเชื่อเพื่อรายย่อย จำนวน 2 โครงการ ได้แก่

  • สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือสำหรับประชาชนรายย่อย

ระยะเวลาผ่อนชำระ 12 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.60 ต่อเดือน

  • สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพสำหรับประชาชนรายย่อย

ระยะเวลาผ่อนชำระ 60 เดือน ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน

  • สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SMEs

วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระเงินงวดไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย

  • ปีที่ 1 = MLR – ร้อยละ 2.65
  • ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ยกเว้น ค่าธรรมเนียม Front End Fee และ Prepayment Fee

สามารถแสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน หรือติดต่อสาขาของธนาคารออมสินในพื้นที่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

จัดทำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย

  • โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2568

วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR = 6.725% ต่อปี) ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี ปลอดชำระดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก

  • โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต

เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน ทรัพย์สิน และอุปกรณ์การเกษตร วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR – 2 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 15 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

วงเงินโครงการ 200 ล้านบาท

  • ผู้กู้บาดเจ็บสาหัส หรือที่อยู่อาศัยเสียหาย

– ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี (5 ปีแรก)

  • ผู้กู้ทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิต หรือบ้านเสียหายทั้งหลัง

– ดอกเบี้ย 0.01% ตลอดอายุสัญญา

  • กู้เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่

– 6 เดือนแรก ดอกเบี้ย 0%

– เดือน 7–12 ดอกเบี้ย 0.50%

– ปีที่ 2 เป็นต้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธอส.

ยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค. 2567

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.)

“พัก ลด ขยาย เติม” เพื่อช่วย SME

  • พักชำระเงินต้น

  • ลดค่างวด

  • ขยายเวลาชำระหนี้

  • เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น

  • ปลุกพลัง SME

  • Beyond ติดปีก SME

ดอกเบี้ยคงที่ 3% / ปี กู้สูงสุด 10 ปี

  • สินเชื่อ SME Refinance

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% / ปี

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

  • ขยายเวลาชำระหนี้สูงสุด 365 วัน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 20% เพิ่มวงเงินชั่วคราว 1 ปี สูงสุด 30% ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% / ปี

  • เสริมสภาพคล่องและลดต้นทุน

  • EXIM-DITP Empower Financing → 6.15%

  • EXIM Export Booster → เริ่มต้น 3.99%

  • EXIM Safe Trade → เริ่มต้น 3.99% + ประกันความเสี่ยง

  • Export Credit Insurance → ยกเว้นค่าวิเคราะห์

  • ร่วมประกันสังคม → ดอกเบี้ยคงที่ 2% / ปี (3 ปี)

  • Transformation Loan → ดอกเบี้ยเฉลี่ย SMEs = 5.68%

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

มาตรการ “ไอแบงก์เราไม่ทิ้งกัน”

  • พักชำระเงินต้นและกำไร สูงสุด 6 เดือน

👉 ขยายได้ไม่เกิน 12 เดือน

  • วงเงินเพิ่มเพื่อซ่อมแซม/ฟื้นฟู

  • เพื่ออยู่อาศัย → ดอกเบี้ยเริ่ม 1.99% / ปีแรก วงเงินไม่เกิน 1 ลบ. กู้สูงสุด 20 ปี

  • เพื่อธุรกิจ → ดอกเบี้ยเริ่ม 3.25% / ปีแรก วงเงินไม่เกิน 5 ลบ. กู้สูงสุด 5 ปี

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

  • มาตรการช่วยลูกค้าเดิม

  • พักชำระค่าธรรมเนียม 6 เดือน

  • พักชำระค่างวด 3 เดือน

  • โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน”

  • SMEs Power Trade & Biz วงเงินค้ำ 3,000 ลบ. / ราย 5 แสน – 10 ลบ.

  • SMEs Micro Biz วงเงินค้ำ 2,000 ลบ. / ราย 1 หมื่น – 5 แสนบาท

กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการบรรเทาผลกระทบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอในการดำรงชีวิต ประกอบอาชีพ และฟื้นฟูกิจการอย่างต่อเนื่อง

มาตรการที่จัดทำขึ้นครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ รวมถึงสามารถช่วยลดภาระต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และสนับสนุนการปรับปรุง ซ่อมแซม หรือฟื้นฟูทรัพย์สิน เช่น อาคาร โรงงาน และเครื่องจักร ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยกระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมได้ทันท่วงทีต่อไป

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...