โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤต “ช็อกโกแลต” อนาคตราคาพุ่ง เพราะโลกกำลังพัง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น.
แม้ยุโรปจะดูเหมือนมีความมั่นคงทางด้านอาหาร แต่เบื้องหลังกลับพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศที่เปราะบางต่อวิกฤตภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ “โกโก้” ที่อนาคตราคาพุ่ง

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่แทรกซึมเข้าถึงความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหารของโลก รายงานฉบับใหม่โดยที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม Foresight Transitions ได้สะท้อนภาพที่น่ากังวลของ "ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง" ในระบบอาหารของสหภาพยุโรป ผ่านมุมมองของวัตถุดิบที่คนทั่วโลกหลงใหลนั่นก็คือ “โกโก้”

แม้ยุโรปจะสามารถผลิตอาหารหลายชนิดได้เอง แต่ในความเป็นจริง ระบบอาหารของภูมิภาคยังคงพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าอย่างสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบหลัก 6 ชนิด ได้แก่ โกโก้ กาแฟ ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด ซึ่งมากกว่าสองในสามของปริมาณนำเข้าทั้งหมดในปี 2023 มาจากประเทศที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และระบบนิเวศที่กำลังเสื่อมโทรม

ในกรณีของโกโก้ พบว่ามีตัวเลขที่น่าตกใจคือ 96.5% ของโกโก้ที่อียูนําเข้า มาจากประเทศที่มีความพร้อมด้านการปรับตัวต่อวิกฤติภูมิอากาศในระดับต่ำ ขณะที่ 77% มาจากพื้นที่ที่ความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมถอยอย่างชัดเจน เช่น หลายประเทศในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกโกโก้หลักของโลก

โกโก้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมขนมหวาน หากแต่เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความไม่มั่นคงของระบบอาหารโลก ในขณะที่ผู้บริโภคในยุโรปยังคงบริโภคช็อกโกแลตในชีวิตประจำวัน ฟาร์มโกโก้จำนวนมากกลับเผชิญภาวะภัยแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และการลดลงของแมลงผสมเกสร ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่ล้วนผูกโยงกับภาวะโลกร้อนและการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ จะเห็นว่าฟาร์มที่ขาดความหลากหลายทางชีวภาพเปรียบเสมือนเรือที่ไร้เสื้อชูชีพ พวกเขาขาดเครื่องมือในการปรับตัวต่อความผันผวนของสภาพอากาศ ทำให้ผลผลิตตกต่ำ และห่วงโซ่อุปทานล้มครืนเป็นโดมิโน

รายงานเสนอว่า อุตสาหกรรมอาหารควรลงทุนใน “การลดความเสี่ยงเชิงรุก” เช่น การสนับสนุนฟาร์มในประเทศผู้ผลิตให้สามารถปรับตัวและฟื้นฟูระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเพื่อจรรยาบรรณหรือ ESG (Environmental, Social and Governance) เท่านั้น แต่เพื่อความอยู่รอดของห่วงโซ่อุปทานเอง เช่น การจ่ายเงินอย่างเป็นธรรมให้เกษตรกร เพื่อให้พวกเขามีทรัพยากรลงทุนในฟาร์มของตน

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระดับรัฐบาลก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยหลายประเทศผู้ผลิตต้องการเข้าถึงเงินทุนด้านภูมิอากาศจากนานาชาติ เช่น กรณีของยูกันดา ที่กำลังประสบกับฤดูฝนที่คาดเดาไม่ได้ คลื่นความร้อน และภัยแล้ง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตกาแฟ

วิกฤติช็อกโกแลตไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติที่หายไป แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของระบบอาหารโลก อุตสาหกรรมที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจควรสนับสนุนระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุปสงค์ หากเราไม่เร่งลงมือจัดการปัญหานี้ตั้งแต่วันนี้ วันหนึ่ง "ช็อกโกแลต" อาจกลายเป็นเพียงความทรงจำในยุคที่ระบบอาหารของโลกยังไม่พังทลายลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...