โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ศึกษิษฏ์' เทียบนโยบายรถไฟฟ้า ‘พรรคเพื่อไทย’ กับ ‘พรรคประชาชน’ ชี้ต้องใช้เงินรัฐอุดหนุนเหมือนกัน

VoiceTV

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 16.16 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 15.15 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

'ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ' รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เทียบนโยบายรถไฟฟ้า ‘พรรคเพื่อไทย’ กับ ‘พรรคประชาชน’ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย @JomSuksit โดยระบุว่า

นโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นการดำเนินการตามที่เราได้หาเสียงไว้อย่างชัดเจน ปัจจุบันค่าโดยสารของประชาชนบนรถไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35 บาทต่อคนต่อเที่ยว การลดลงมาเหลือ 20 บาท จะลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางกว่า 40%

แน่นอนว่านโยบายใดๆก็ต้องมีการใช้ทรัพยากรของรัฐในการสนับสนุน แต่หลักการคือผลประโยชน์ที่จะได้ต้องสูงกว่างบประมาณที่ใส่ลงไป ในคราวนี้การลดการใช้รถส่วนตัวจะช่วยเรื่องปัญหาความหนาแน่นของจราจรได้ ลดการใช้พลังงานได้ ลดเวลาการเดินทางเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ลดปัญหามลภาวะทางอากาศได้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลกระทบที่เป็นบวกที่ขยายออกไประดับประเทศทั้งนั้น

ก่อนหน้านี้เราได้ทำการปรับค่าโดยสารของสายสีแดง (รฟท.) และสายสีม่วง (รฟม.) ลงเหลือ 20 บาทตลอดสาย หลังจากการดำเนินการมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากจนสามารถลดส่วนต่างของรายได้ลงอย่างมีนัยยะ แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนมาก ในคราวนี้เราจึงจะขยายนโยบายออกไปให้ครอบคลุมทุกสาย 286 กิโลเมตร 193 สถานี โดยที่คาดการณ์ว่าผู้โดยสารจะมากขึ้นประมาณ 30% จากประมาน 1.6 ล้านคน - เที่ยว/วัน เป็น 2.1- 2.2 ล้านคน-เที่ยว/วัน

เงินงบประมาณที่จะสนับสนุนอยู่ที่ประมาน 5,500 ล้านบาทต่อปี คำนวนคร่าวๆแปลว่าเราสนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนจะอยู่ประมาณที่ 7 บาทต่อคน-เที่ยว/วัน (5,500/2.1x365) อย่างไรประโยชน์ก็มากกว่าค่าใช้จ่ายแน่อน

และสำหรับสายสีน้ำเงิน ม่วง เหลือง และชมพู (รฟม.) และสายสีเขียว (กทม.) ก็ยังจะต้องมีการ "เจรจา" กับผู้ได้รับสัมปทานอย่างเหมาะสม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายได้มากที่สุด เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารและข้อตกลงระดับการให้บริการจะเปลี่ยนไปจากสัญญาเดิม ซึ่งเราคาดหวังว่าผู้รับสัมปทานจะเห็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน

จะเห็นได้ชัดว่าหลักการในการดำเนินการคือต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์ทันทีโดยที่ "การเจรจา" ที่หาเสียงไว้ก็ยังดำเนินการอยู่เหมือนเดิม

อันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างนโยบายให้เกิดขึ้นจริง ประชาชนได้รับประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่มาสร้างวาทกรรมว่าจะรื้อนู่นทำลายนี่ ชี้หน้าด่าเอกชนว่าเป็นผู้ร้ายนายทุน ทำให้รัฐมีความเสี่ยงต้องถูกฟ้องร้อง หรือมานั่งดูถูกประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ว่า "คนกินสุกี้ย่อมชอบ" โดยไม่ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแบกภาระการเดินทาง ผจญกับรถติด ดมกลิ่นควัน ทำไมเหรอครับประชาชนที่มาจากทั่วประเทศมาหาโอกาสทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศจะไม่มีสิทธิได้กินดีอยู่ดีบ้างหรือครับ?

โดย 'นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ' รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์อธิบาย เพื่อตอบโต้ สส. ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน หลายคน ที่แสดงความเห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและ ไม่ออกเสียงสนับสนุน ร่างกฎหมายผลักดัน นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยตั้งแต่วาระแรก ขณะที่นโยบายดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเห็นได้ชัด

และโดยเฉพาะความเห็นของ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ออกมาระบุว่า #20บาทตลอดสาย นโยบายไร้ฐานคิด. ตอบมาให้ได้ก่อนว่าทำไม 20, ไม่เป็น 5 หรือ 35 บาท หรือเท่าไหร่จึงเหมาะสม? และโพสต์ว่า

ขณะที่ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของพรรคก้าวไกลก็ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเทียบนโยบายรถไฟฟ้า ระหว่าง ‘พรรคเพื่อไทย’ กับ ‘พรรคประชาชน’ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นนโยบายใช้เงินอุดหนุนจากภาครัฐเช่นเดียวกัน แต่กลับใช้ข้อความเปรียบเทียบในการให้เหตุผลจากความเห็นของ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

นอกจากนี้ สส.พรรคเพื่อไทย ก็ได้โพสต์ชี้แจงถึงนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย โดยย้ำว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่ได้เอื้อนายทุน แต่เป็นนโยบายที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าโดยสารของพี่น้องประชาชนใช้บริการคมนาคมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งยังช่วยลดปัญหา PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพประชาชนด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...