โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดห้ามถือเงินสดเกินแสน! เพื่อไทยเร่งชงกฎหมายใหม่คุ้มครองพระพุทธศาสนาเข้าสภา

The Better

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • THE BETTER
“เพื่อไทย” เตรียมชงร่าง พรบ.คุ้มครองพระพุทธศาสนาเข้าสภา “สุชาติ” ตอบกระทู้วุฒิสภา ยอมรับวงการสงฆ์เผชิญวิกฤตศรัทธารุนแรง เผย มส.ออกกฎจำกัดวัดถือเงินสดได้ไม่เกิน 1 แสนบาท เริ่มใช้ ต.ค. นี้

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของพรรค ได้แจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านพระพุทธศาสนาและแนวทางดำเนินการของพรรคเพื่อไทยว่า จากปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของพระสงฆ์ขณะนี้ ทั้งในเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดโดยไม่โปร่งใส การประพฤติผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง การเสพเมถุนกับสีกาจนเป็นข่าวครึกโครมในขณะนี้ ตนเองได้รับมอบหมายจากพรรคให้พิจารณาดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนาเพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหาพระสงฆ์ประพฤติผิดวินัยร้ายแรงและหามาตรการในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา

ในวันนี้ตนได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนาขึ้นมาโดยด่วน ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ที่กำหนดให้ รัฐต้องมีมาตรการและกลไกในการปกป้องมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด ดังนั้น ในร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้การกระทำบางอย่างเป็นความผิดอาญา นอกเหนือไปจากมาตรการทางวินัยสงฆ์จะมีบทกำหนดโทษอันเป็นโทษทางอาญาสำหรับผู้ที่กระทำความผิดอันเข้าข่ายเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ซึ่งจะมีทั้งในส่วนของการกระทำของพระสงฆ์และฆราวาสที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการกระทำอื่นๆ เหตุที่ต้องใช้มาตรการทางอาญาเข้ามาช่วยเพราะเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบันลำพังการลงโทษตามวินัยสงฆ์ไม่เพียงพอที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาได้ จึงต้องมีมาตรการเด็ดขาด โดยจะกำหนดความผิดและกำหนดอัตราโทษก็ให้เหมาะสม โดยจะเร่งรัดดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อเสนอต่อสภา

นายชูศักดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ อันเป็นผลจากการกระทำของพระสงฆ์บางรูป ได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการพระสงฆ์ทั่วประเทศ กระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ขอให้คิดว่านั่นเป็นการกระทำส่วนบุคคล แต่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาต่างๆ ที่สอนให้ทุกคนเป็นคนดีไม่มีเปลี่ยนแปลง จึงขอให้พุทธศาสนิกชนยังคงยึดมั่นในหลักศาสนาและช่วยกันส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนาต่อไป

"สุชาติ" เผย มส.ออกกฎจำกัดวัดถือเงินสด เริ่มใช้ ต.ค. นี้

ขณะที่ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถาม เรื่องวิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่มั่วสีกา ทำลายศรัทธาของชาวไทยพุทธ ของ นายปริญญาวงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ถามนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบกระทู้แทน

นายปริญญา ตั้งกระทู้ถามว่า ประเทศไทยเราเป็นเมืองพุทธ แต่มีวิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา จึงขอถามใน 4 ข้อ คือ 1. รัฐบาลและสำนักพระพุทธฯ มีการวางแผนและแก้ปัญหานี้อย่างไรในการร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคม 2.การดำเนินคดีกับสมีทั้งหลาย สามารถทำได้หรือไม่ ทั้งเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และเรื่องเงิน เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้นักการเมือง ข้าราชการกับนักการเมืองอย่างไรก็สู้พระไม่ได้ เพราะพระรวยกว่า 3.ในอนาคตรัฐบาลจะมีการตรวจสอบเงินเงินอย่างจริงจังเมื่อไหร่ หรือจะแก้ไขฎหมายเพื่อให้ด้ต่อการตรวขสอบได้หรือไม่ และ 4. ควรเร่งพลักดันพ.ร.บ.คุ้มครองพระพุทธศาสนา ได้แล้วหรือยัง เพื่อกำหนดโทษ ว่าพระที่กระทำความผิดเช่นนี้ และทำให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนามีโทษอาญาจำคุกได้หรือไม่

ด้านนายสุชาติ ชี้แจงว่า ปัญหาในวงการสงฆ์ขณะนี้ เป็นที่กล่าวขวัญและสะเทือนใจมาก ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่การที่เสนอว่าให้คนแบบสีกากาล์ฟมีเยอะๆ เพื่อที่จะให้ปราบปรามพระไม่ดีนั้น ไม่ได้ เพราะตอนนี้เสื่อมมากแล้ว การที่คนเกิดวิกฤติศรัทธา เกิดจากตัวพระสงฆ์ แต่เรานับถือคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า ดังนั้น ต้องแยกกัน และการแก้ปัญหาสงฆ์มีวิธีอื่น ไม่ใช่ส่งสีกาไปเยอะ ก็จะยิ่งเสื่อมเสียกันใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ให้นโยบายกับสำนักพระพุทธฯ ว่าต้องทำงานในเชิงรุก เพราะวัดต่างๆที่อยู่ทั้งในเมืองและตามต่างจังหวัดทำไมประชาชนจึงรู้ว่าพระปฏิบัติไม่ดี อย่างไร ยักยอกเงินวัดอย่างไร เอาเงินวัดไปทำอะไร ไปแอบเสพเมถุนกับใครแล้วทำไมสำนักพระพุทธฯไม่รู้ ซึ่งตนได้บอกว่าตั้งแต่นี้ต่อไปสำนักพระพุทธฯต้องทำงานเชิงรุก ไปหาข่าวจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้าน

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้การควบคุมพระสงฆ์เป็นการดำเนินของพระมหาเถรสมาคม ส่วนการดำเนินคดีกับพระที่ประพฤติปฏิบัติผิดพระธรรมวินัยหรือสมี ปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดเอาผิดพระภิกษุสงฆ์ที่เสพเมถุนหรือแม้แต่สีกาที่ไปเสพเมถุนกับพระเลย ดังนั้น ตอนนี้จึงต้องรีบร่างพ.ร.บ.สงฆ์ โดยด่วน เพิ่มโทษพระที่ผิดพระธรรมวินัยถึงจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยค่าปรับประมาณหลายหมื่นบาท ถึงหลักแสนบาท ส่วนสีกาก็ต้องมีความผิดด้วยแม้ขณะนี้จะเอาความผิดสีกาไม่ได้ แต่หากพบว่าไปล่อลวง ข่มขู่ เราก็เอาผิดกฎหมายอาญอื่นๆได้ อย่างไรก็ตามเรารีบออกกฎหมาย โดยขณะนี้ได้เริ่มร่างกฎหมายแล้ว คิดว่าภายใน 3-4 เดือนนี้จะมีการแก้กฎหมาย โดยอาจจะรวมไปถึงการเอาผิดการเรี่ยไร หรือการบริจาค

"การบริจาคเงินให้วัดทางมหาเถรสมาคมออกเป็นกฎมส.แล้ว จะเริ่มใช้ 1 ต.ค.นี้ ว่าตั้งแต่นี้ต่อไปทุกวัดที่มีเงินบริจาค ต้องนำเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารในพื้นที่ที่วัดตั้งอยู่ และวัดห้ามถือเงินสดเกิน 1 แสนบาท และบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นการแก้ไขปัญหาไปได้ส่วนหนึ่ง" นายสุชาติ กล่าว

พร้อมกันนี้นายสุชาติ ได้เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตศรัทธาในวงการสงฆ์ ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

จากการหารือเบื้องต้น มีข้อสรุปสำคัญคือ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหลักฐานการกระทำผิดวินัยสงฆ์ของพระรูปใดก็ตาม ให้แจ้ง พศ. ควบคู่กันไป พร้อมแจ้งเจ้าคณะหนแต่ละพื้นที่รับทราบ เพื่อร่วมกันดำเนินการ นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันการยกร่างกฎหมายหรือกฎระเบียบใหม่ โดยเฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 หรือกฎกระทรวง ให้เร็วที่สุด เพื่อเอาผิดทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่ร่วมกระทำผิด เช่นกรณี "สีกากอล์ฟ" ที่เป็นข่าวครึกโครม

นายสุชาติ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าพระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกพาดพิงและทำการลาสิกขาไปแล้ว ไม่ควรมีความประพฤติเช่นนั้น เพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ และถือศีล 227 ข้อ การที่บำเพ็ญศีลมานาน ไม่น่าขาดสติจนถูกหลอกเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวจนทำให้เกิดความหวั่นไหว

สำหรับมาตรการควบคุมทางการเงินของวัดและพระสงฆ์ที่ พศ. ได้ออกกฎกระทรวงและจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นั้น กำหนดให้ เงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องเข้าบัญชีของวัดเท่านั้น โดยมีข้อยกเว้นให้พระสงฆ์สามารถถือเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท และทุกบัญชีของวัดจะต้องฝากไว้กับธนาคารในพื้นที่ที่วัดตั้งอยู่

นอกจากนี้ ทุกวัดจะต้องจัดทำ รายงานบัญชีรายรับรายจ่าย รายการยอดคงเหลือทุกเดือน และต้องจัดทำ รายงานทางการเงินประจำปี ส่งให้ พศ. ทราบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งขณะนี้ พศ. กำลังเร่งร่างระเบียบเพื่อบังคับใช้กับวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนกลับคืนมา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...