โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญ ห่วงเหมือง ‘แรร์เอิร์ธ’ ในเมียนมสสุดอันตราย

The Reporters

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 08.47 น.

ผู้เชี่ยวชาญ ห่วงเหมือง ‘แรร์เอิร์ธ’ ในเมียนมสสุดอันตรายไร้โรงแต่งแร่-กติกาควบคุม-จี้รัฐตรวจสอบด่วน

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ออกมาเปิดเผยถึงการทำเหมืองแร่หายากหรือแรร์เอิร์ธบริเวณต้นแม่น้ำกกและต้นแม่น้ำสาย ในเขตรัฐฉานใต้ ประเทศเมียนมา ว่าคำว่าแร่แรร์เอิร์ธเป็นคำกว้าง ๆ ที่เรียกแร่หายากซึ่งในพื้นที่บริเวณรัฐฉานใต้มีทั้งเหมืองแร่ทองคำ แต่เหมืองที่ทำอยู่บริเวณต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสายนั้น เรายังไม่มีข้อมูลว่าเป็นการขุดหาแร่ชนิดใด

นายสนธิกล่าวว่าการทำเหมืองแร่ทองคำต้องใช้สารเคมีละลายแร่จากดิน ขณะที่แรร์เอิร์ทหลายชนิด นิเกิล แคดเมียม ละลายแร่ออกจากหิน โดยแรร์เอิร์ทที่ใช้อยู่ในประเทศจีนคือแร่ที่นำมาทำแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ไม่แน่ใจว่าในพม่าแร่แรร์เอิร์ธคืออะไร เพียงแต่รู้ว่ามีการทำเหมืองทองแน่นอน

“ทั้งนิเกิลและแคดเมียมต่างเป็นโลหะหนัก เมื่อเขาขุดเจาะเอาหินมายังโรงแต่งแร่และบดละเอียด ซึ่งควรมีโรงบำบัดน้ำเสีย มีระบบป้องกันต่างๆ และใช้สารละลายเข้มข้นเพื่อเอาแร่ออกมา ตะกอนที่ออกมาก็มีสารโลหะหนักปนมาด้วย แต่การทำเหมืองในเมียนมา ไม่มีโรงแต่งแร่ และไหลลงแหล่งน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตมาก การทำเหมืองในพม่าทำแบบผิดกฎหมาย การทำเหมืองแบบนี้ในสากลเขาไม่ทำกันเพราะไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย ทั้งๆที่เป็นแม่น้ำสากลส่งผลกระทบข้ามแดนมาบ้านเรา” ดร.สนธิ กล่าว

ดร.สนธิกล่าวว่า ต้องเฝ้าระวังคือการตรวจคุณภาพน้ำ และเมื่อพบสารโลหะหนักควรขอเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ทำเหมืองได้หรือไม่ เพราะสารโลหะหนักเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งรวมถึงคนงานที่ทำเหมืองด้วย ขณะที่ในบ้านเราควรตรวจโคลนที่ไหลมากับน้ำด้วยเพราะหากมีการนำโคลนนี้ไปใช้ในการเกษตรอาจมีสารปนเปื้อนในพืชผักผลไม้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...