โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บิ๊กเต่า"นำแถลงผลปฏิบัติการ"ส่วยบัตรชมพู"รวบปลัดคนดังรีดหัวคิวบัตรต่างด้าว ค้นบ้านเจอเงินสดเฉียด1.3ล.มั่นใจหลักฐานแน่น

Manager Online

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 15.46 น. • MGR Online

เชียงใหม่ – “บิ๊กเต่า”รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำแถลงผล ป.ป.ช.,บก.ปปป. และ ป.ป.ท.ผนึกกำลังปฏิบัติการ “ส่วยบัตรชมพู” นำหมายศาลบุกจับปลัดคนดัง พร้อมเงินของกลางคาวิทยาลัยการปกครองเชียงใหม่ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ มาตรา 149 และ 157 หลังผู้เสียหายร้องเรียนถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทำบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คุมตัวตรวจค้นบ้านพักพบเงินสดเกือบ 1.3 ล้านบาท พร้อมโฉนดที่ดิน 5 ฉบับและสมุดเงินฝาก 6 เล่ม มั่นใจหลักฐานมัดแน่นหนา

วันนี้(30 มิ.ย.68) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยนายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5, พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และนายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช.ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ส่วยบัตรชมพู” ภายหลังจากที่ช่วงสายวันนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.,บก.ปปป. และ ป.ป.ท.ร่วมกันนำกำลังพร้อมด้วยหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าทำการจับกุมนายบุญญฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) ปลัดอำเภอ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ มาตรา 149 และ 157 โดยทำการจับกุมที่วิทยาลัยการปกครอง ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมภาคเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นควบคุมตัวนายบุญญฤทธิ์ ไปตรวจค้นบ้านพักในตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย ซึ่งจากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบเงินสดทั้งหมด 1,286,000 บาท พร้อมด้วยสมุดบัญชี 6 เล่ม และโฉนดที่ดิน 5 ฉบับ

ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องสำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพเป็นนายหน้าแรงงานต่างด้าว ได้นำแรงงานต่างด้าวเข้าทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) และคัดแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) ตามกฎกระทรวงกำหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2562 กำหนดค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัว (บัตรชมพู) ฉบับละ 60 บาท และค่าธรรมเนียมการขอคัดสำเนาแบบรับรองรายการทะเบียน ฉบับละ 20 บาท แต่นายบุญญฤทธิ์ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากนายหน้าแรงงานต่างด้าว จำนวน 200 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 ราย ซึ่งมีเงินส่วนต่างเกินจากค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย (เงินส่วนต่าง) จำนวน 120 บาท

โดยในส่วนของผู้เสียหายที่เข้าแจ้งเบาะแสกับสำนักงาน ป.ป.ช.เพียงรายเดียว มีเงินส่วนต่างเกินจากค่าธรรมเนียม ตั้งแต่นายบุญญฤทธิ์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2566 จำนวนกว่า 2.4-3.6 ล้านบาท ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น พบว่ามีผู้ประกอบอาชีพตัวแทนนายหน้าแรงงานต่างด้าวกว่า 100 ราย ซึ่งพฤติการณ์เก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่านายบุญญฤทธิ์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายละ 200 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 ราย หากตัวแทนนายหน้ารายใดไม่จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว จะไม่ได้คิวนัดเพื่อนำแรงงานเข้าทำบัตรประจำตัว

รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายหน้าแรงงานต่างด้าวว่าได้นำแรงงานต่างด้าวเข้าทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) โดยนายบุญญฤทธิ์ ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม จากนายหน้า จำนวน 200 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน ซึ่งมีเงินส่วนต่างเกิน จากค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย จำนวน 120 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนได้รับอนุมัติหมายจับจากศาล และวางแผนเข้าทำการจับกุมได้ที่วิทยาลัยการปกครองในอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ออกบัตรและคัดสำเนาแบบรับรองรายการทะเบียน พร้อมเงินสดของกลางจำนวน 15,200 บาท ก่อนนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่สถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่มั่นใจว่ามีพยานหลักฐานแน่นหนาพร้อมเอาผิดอย่างแน่นอน

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายบุญญฤทธิ์ นั้น ได้รับการตั้งฉายาว่า “ปลัดจอมแฉ” จากการออกมาเปิดโปงเกี่ยวกับการค้ากามเด็กสาวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือคดีแก๊งนกฮูก ที่โด่งดัง เมื่อปี 2561 และเมื่อปี 2563 แจ้งความคดี “ฌอน บูรณะหิรัญ” รับบริจาคเงินช่วยเหลือ จนท.ดับไฟป่าดอยสุเทพ รวมทั้งเมื่อปี 2566 ในช่วงที่ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ในการปฏิบัติราชการแทนในการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ได้เคยเป็นผู้ที่ออกมาดำเนินการให้ตรวจสอบกรณีที่ได้รับการร้องเรียนจากนายหน้าแรงงานต่างด้าวว่าที่ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่มีการเรียกเก็บเงินกินเปล่าเพื่อแลกกับการจัดทำประวัติและออกบัตรชมพูให้แรงงานต่างด้าวหัวละ 400 บาท จนกระทั่งมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และต่อมานายบุญฤทธิ์ ได้มาปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...