โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘พิชัย’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดหุ้น- ตลท.เดินหน้าสร้างโอกาสนักลงทุนเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • The Bangkok Insight

"พิชัย" เร่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ฟื้นความเชื่อมั่น กลับมาแข็งแรง ประสาน ก.ล.ต.ใกล้ชิด ลดอุปสรรคการลงทุน สร้างโอกาสให้รายย่อยและประชาชน ขณะที่ตลท.เดินหน้าสร้างโอกาสนักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ครบรอบ 50 ปี ในงาน "Legacy & Future 50 Years of Thai Capital Market" ว่า ตลาดหลักทรัพย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่และพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2518 มีบริษัทจดทะเบียน ( บจ.) จำนวน 8 บริษัท ปัจจุบันมีจำนวน 800 บริษัท ช่วยธุรกิจระดมทุนได้แล้ว 6 ล้านล้านบาท เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่

ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ตลาดหลักทรัพยฯ ผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง ดัชนีขึ้น - ลง อย่างน่าใจหาย คำถามที่น่าคิด เราจะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ หากทำได้ช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นสิ่งสำคัญขององค์กรและผู้ระดมทุน ตลาดหลักทรัพย์ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับนวัตกรรมของโลก ตอบสนองผู้บริโภคได้ การพัฒนาของผู้ลงทุนจะนำไปสู่ผลลัพธ์ของความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายพิชัย กล่าวว่า อีก 50 ปี ข้างหน้า หรือครบ 100 ปี ตนอยากเห็นคือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถพัฒนาและฟื้นฟูความเชื่อมั่น ( Trust and Confidence) ให้กลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมผู้ระดมทุน การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการลงทุน ปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างใกล้ชิด ลดอุปสรรค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

ทั้งหมดนี้ คือภารกิจที่สำคัญเพื่อนำมาซึ่งการสร้างโอกาส และทางเลือกของนักลงทุนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ให้ประชาชนสามารถลงทุนด้วยข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจ ได้ผลตอบแทนระยะยาวที่ดีและยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ขณะที่นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงการพัฒนาตลาดทุนไทย ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงาน Legacy & Future 50 Years of Thai Capital Market เมื่อค่ำวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เชิญแขกผู้ใหญ่ ทั้งอดีตผู้บริหาร อดีตกรรมการ อดีตประธาน ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นพลังบวก ได้ร่วมกันวางทิศทางและสร้างรากฐานให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดทุนไทยเติบโตเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงจวบจนทุกวันนี้

ภายใต้หัวข้อ “Legacy and Future: 50 ปีตลาดทุนไทย” คำว่า Legacy หมายถึง การหวนกลับไปมองอดีต ว่าตลาดทุนไทยได้ผ่านวิกฤติอะไรมาบ้าง ประสบความสำเร็จอะไรมาแล้ว ส่วน Future คือการมองไปข้างหน้า ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะวางบทบาทอย่างไร สามารถส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ

พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถระดมทุน จากตลาดทุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

นายอัสสเดช กล่าวว่าภารกิจสำคัญปัจจุบันคือ การสร้างโอกาสให้กับทุกภาคส่วน ทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการ โดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เพียงพอ ตัดสินใจลงทุนได้เหมาะสม พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถระดมทุนจากตลาดทุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือการลงทุนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น Depository Receipts (DR) และกองทุน ETF เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนในการกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI ) ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์ได้สะดวกขึ้น

แม้ภาวะตลาดในระยะสั้นจะมีความผันผวนสูง จากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ มองว่าวิกฤติยังแฝงด้วยโอกาส โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ยังมีศักยภาพสูง อาทิ กลุ่มสุขภาพ (Healthcare), สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแบรนด์ไทย และภาคการท่องเที่ยวซึ่งยังเป็นจุดแข็งของประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...