‘ภูมิใจไทย’ ซัดกลับ ‘เดียร์ ขัตติยา’ ชี้ ‘นายกฯ อุ๊งอิ๊ง’ คือภัยความมั่นคงตัวจริง
The Bangkok Insight
อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.04 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.04 น. • The Bangkok Insight"ภูมิใจไทย" ซัดกลับ "เดียร์ ขัตติยา" ชี้ "นายกฯ อุ๊งอิ๊ง" คือภัยความมั่นคงตัวจริง ย้ำหลักฐานเชิงประจักษ์เพียบ
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบน X กรณีที่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยว่าเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงเป็นความเท็จ พร้อมเตือนด้วยว่าเป็น สส.ฝ่ายค้านมือใหม่ควรเคารพข้อเท็จจริง และทำงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีข้อความดังนี้
“การกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าเป็น “ภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” โดยปราศจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ถือเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและเป็นเท็จ ไม่สมกับบทบาทของพรรคฝ่ายค้านมือใหม่ ซึ่งควรทำหน้าที่อย่างรอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม และเคารพต่อข้อเท็จจริง
ความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องสำคัญเกินกว่าจะนำมาใช้เล่นการเมืองรายวัน หรือเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายบริหารเพื่อหวังผลทางคะแนนนิยม และการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรยึดโยงกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่เกิดจากการกล่าวโทษลอย ๆ ด้วยถ้อยคำปลุกปั่นหรือการปั้นน้ำเป็นตัว”
ท่าน สส.เดียร์ ครับ วิญญูชน ชาวบ้านธรรมดาๆ ทั่วทั้งประเทศต่างก็ได้ยินเต็มสองหู และได้เห็นว่าสิ่งที่นายกฯอิ๊งได้ทำไปคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านายกฯ “เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” จนมีการชุมนุมกันมากมายมืดฟ้ามัวดินที่อนุสาวรีย์ชัยฯและในหลายๆจังหวัด
คือการที่นายกฯกระทำการที่เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีของไทย คือการที่เนื้อหาเป็นการขอให้นายฮุน เซน ช่วยเหลือติดต่อกับนายฮุน มาเนต ทำเป็นมาตกลงกันกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ว่าตกลงเปิดด่านด้วยกัน เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ว่านางสาว แพทองธาร ชินวัตร มีความสามารถใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวตกลงกับฝ่ายกัมพูชาเปิดด่านชายแดนกันได้ และนางสาวแพทองธารชินวัตร พูดว่าแม่ทัพภาค 2 เป็นฝ่ายตรงกันข้าม และนายฮุน เซน อยากได้อะไร ขอให้บอก จะจัดการให้ นั่นคือการติดต่อต่างประเทศโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวซึ่งผิดแบบแผนทางการทูต เพื่อให้กัมพูชาซึ่งเป็นประเทศศัตรูช่วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ทำเหมือนเป็นมาตกลงกันได้ว่าเปิดด่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนเรื่องอธิปไตยของชาติ
คือการแสดงว่านายกฯไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ มุ่งหวังเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตัวเองว่าสามารถใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวยุติปัญหาความขัดแย้งได้ แต่ข้อเท็จจริงกลับยิ่งทำให้ข้อขัดแย้งบานปลาย หนักขึ้นๆ อีกทั้งยังแสดงออกถึงความอ่อนแอของผู้นำประเทศไทยต่อผู้นำของประเทศกัมพูชาที่อยู่ในสถานะเป็นอริศัตรูของชาติ
มิหนำซ้ำคือการที่นายกฯด้อยค่าแม่ทัพภาค 2 ของประเทศไทยซึ่งกำลังทำหน้าที่ปกป้องดินแดนปกป้องอธิปไตย ณ เขตแดนนั้นให้ศัตรูฟังว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม แม้จะอ้างว่าเป็นเทคนิคการเจรจา แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาเสแสร้ง ไม่น่าเชื่อถือ และไว้วางใจ อันเป็นการที่ไม่พึงกระทำในตำแหน่งนายกฯและไม่มีช่วงการเจรจาใด ๆ เลยที่แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้หรือแสดงออกว่านายกฯได้ปกป้องผลประโยชน์ของชาติในข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรงของนายกรัฐมนตรี เพราะนั่นคือ“ความมั่นคงของรัฐ”ที่นายกรัฐมนตรีต้องปกป้อง มิใช่ทำตัว“เป็นภัย“
”ความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องสำคัญเกินกว่าจะนำมาใช้เล่นการเมืองรายวัน“ เป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง แต่ท่าน สส.เดียร์ต้องกล่าวกับนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มิใช่กับพรรคภูมิใจไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อัลจาซีรา แฉคลิปเสียง 'ฮุน เซน' สั่งจับฝ่ายค้านเขมรในไทย 'ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย'
- 'นายกฯ อุ๊งอิ๊ง' บินพบ 'แม่ทัพภาคที่ 2'' เจอกันครั้งแรกหลังคลิปเสียงหลุด!!
- 'พล.อ.ณัฐพล' ลั่นคลิปเสียง 'นายกฯ-ฮุนเซน' ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นวางแผนการที่ซับซ้อน
ติดตามเราได้ที่