โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อมูลพบ ทหารกัมพูชา วางสนามทุ่นระเบิด จุดรอยต่อ 3 ประเทศ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.

JS100

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.47 น. • JS100:จส.100
เปิดข้อมูลพบ ทหารกัมพูชา วางสนามทุ่นระเบิด จุดรอยต่อ 3 ประเทศ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.

หลังเกิดเหตุทหารไทยได้รับบาดเจ็บระหว่างลาดตระเวณ แนวชายแดนไทยกัมพูชา ด้านช่องบก จ.อุบลราชธานี ล่าสุด เพจผู้สื่อข่าวสายทหาร วาสนา นาน่วม รายงานว่า มีรายงาน จากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ระบุว่า เมื่อ 1 มิถุนายน 2568 เวลา16.40 น. มีรายงานว่า พล.น้อย สนับสนุนที่9(สสน.9) ของทหารกัมพูชา ได้มีคำสั่งให้ หน่วยทหารช่าง ทำการวางสนามทุ่นระเบิดและเครื่องกีดขวางทางทหาร (ไม่ทราบชนิด) ตามช่องทาง ที่คาดว่าฝ่ายไทยจะเคลื่อนที่ผ่านเข้าหา ฝ่ายกัมพูชา

โดยเริ่มวางสนามทุ่นระเบิดฯ ในพื้นที่ด้านหน้าแนวบังเกอร์หลุมบุคคลและคูติดต่อของ ทหารกัมพูชา ตั้งแต่บริเวณจากจุดรอยต่อ 3 ประเทศ (ไทย-ลาว-กัมพูชา)-เชิงเนิน 469 -พื้นที่เนิน 570 /โนเนม เป็นลำดับแรก และ ทำต่อๆไปในพื้นที่อื่นๆ ในเนินข้างเคียง และให้ผู้บังคับหน่วย ทหารกัมพูชา ในแนวหน้า กำชับกำลังพล ห้ามเดินออกจากแนวบังเกอร์คูติดต่อ ไปยังพื้นที่ด้านหน้าเป็นอันขาด เพื่อความปลอดภัย

ก่อนที่ 8 มิย.2568 จะมีการเจรจา ทหารกัมพูชา ยอมถอนกำลังจากที่มั่นแนวหน้า และ กลบคูเลต ถอยออกไป ต่อมา มีการตรวจสอบ พบว่า ทหารกัมพูชา ติดตั้งสนามทุ่นระเบิด บริเวณเนินโนเนม 120 ลูก

จากนั้น ในวันที่ 15 กค.68 : ทหารชุด ช. ร้อย.ร. 6021 ตรวจพบทุ่นระเบิด PMN /4 ลูกใกล้ช่องบก และสนามทั่นระเบิดใหม่

วันที่ 16 กค.68 : ทหารไทย 3 นาย ได้รับบาดเจ็บ จากการเหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่ สนามทุ่นระเบิดใหม่

#ช่องบก

#ไทยนี่รักสงบแต่ถึงรบไม่ขาด

#กัมพูชา

CR: https://www.facebook.com/photo/?fbid=24210723325226131&set=a.440635312661599

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...