โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลยกฟ้อง “เหยื่อ” ไม่ต้องจ่ายเงิน “แบงก์” เหตุมิจฯ แอบรูดบัตรเครดิต

อีจัน

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.22 น. • อีจัน

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2568) นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ฟ้องผู้บริโภคให้รับผิดชอบหนี้บัตรเครดิตเป็นจำนวนเงินกว่า 370,000 บาท หลังเกิดเหตุการณ์ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต โดยผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมด้วยตัวเอง

ในคดีนี้ สภาผู้บริโภคได้มอบหมายทนายความเข้าให้ความช่วยเหลือด้านคดีให้กับผู้บริโภค หลังได้รับการร้องเรียนว่าถูกธนาคารฟ้องเรียกหนี้จากการถูกหลอกลวงทางเทคโนโลยี โดยมิจฉาชีพสามารถเข้าถึงระบบแอปพลิเคชันของธนาคาร และเบิกถอนเงินสดจำนวน 297,000 บาท รวมถึงค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยรวมยอดที่ธนาคารฟ้องเรียกรวมกว่า 371,608.56 บาท

คำพิพากษาของศาลระบุชัดว่า ธนาคารในฐานะผู้ให้บริการระบบชำระเงินตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 มีหน้าที่ต้องจัดให้มีระบบและมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงแอปฯ และทำธุรกรรมถอนเงินได้โดยไม่ได้รับอนุญาต แสดงถึงความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคาร

นอกจากนี้ ศาลยังพิจารณาว่า ผู้บริโภคในคดีดังกล่าวไม่เคยมีพฤติกรรมเบิกถอนเงินสดมาก่อนเลย การที่เกิดธุรกรรมถอนเงินจำนวนมากในเวลาอันสั้นจึงถือเป็นความผิดปกติที่ธนาคารควรตรวจสอบและยับยั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้ดำเนินการโดยอัตโนมัติ และผลักภาระความเสียหายมาให้ผู้บริโภคในภายหลัง อีกทั้งคำพิพากษายังอ้างถึง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ที่ระบุว่าผู้บริโภคมีสิทธิได้รับบริการที่ปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ

อิฐบูรณ์ ระบุว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่สถาบันการเงินต้องมีระบบการคัดกรองธุรกรรมที่ปลอดภัย และไม่ควรผลักความรับผิดชอบจากภัยไซเบอร์ไปยังผู้บริโภคผู้บริสุทธิ์ พร้อมย้ำว่าผู้บริโภคที่ถูกดูดเงินจากบัญชีหรือวงเงินบัตรเครดิตโดยไม่ได้กระทำเอง ไม่จำเป็นต้องยอมรับผิดชอบหนี้สินเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่พบปัญหาถูกหลอกโอนเงิน หรือพบธุรกรรมผิดปกติ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากสภาผู้บริโภคได้ที่ สายด่วน 1502 หรือผ่านเว็บไซต์ https://complaint.tcc.or.th/complaint

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...