โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

DSI เผยคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหา 100 ราย

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 08.03 น.

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่าการสอบสวนมีความคืบหน้าแล้ว 60-70% และเตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหาลอตแรกประมาณ 100 ราย

ในการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ที่สำนักงาน ดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้รายงานตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลภายในขบวนการจัดฮั้ว พบการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภา 24 จังหวัด

พยานหลักฐานพบการรับเงินก้อนใหญ่ช่วงเลือกตั้ง

จากการสอบปากคำพยาน 90 ราย ทำให้เห็นพฤติการณ์ของการรับเงินก้อนใหญ่ในช่วงเลือกตั้ง การโหวตตามโพยที่กำหนด และการกระจายเงินไปยังบุคคลหลายสิบเส้นทางใน 30 จังหวัด แม้พยานส่วนใหญ่จะปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่เส้นทางการเงินแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า "ช่วงเลือกตั้งไม่มีเหตุผลที่จะมีการรับโอนเงินก้อนใหญ่ หรือเงินกระจายไปยังบุคคลอื่นหลายสิบเส้น และบุคคลเหล่านั้นก็ไปสมัครสมาชิกวุฒิสภาในช่วงนั้น แล้วก็มีการเลือกคนที่อยู่ในโพย"

เส้นเงินเชื่อมโยงถึงกลุ่มใกล้ชิดกรรมการบริหารพรรค

การสอบสวนยังพบหลักฐานเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มคนใกล้ชิดของกรรมการบริหารพรรคการเมือง แม้ว่าจะยังไม่ถึงระดับกรรมการบริหารพรรคโดยตรง พ.ต.ต.ยุทธนา ยืนยันว่าพบเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้วแต่ขอสงวนรายละเอียดไว้ก่อน

สำนักงาน ปปง. ได้ให้ความชัดเจนว่าพฤติกรรมการเตรียมเงินและจ่ายเงินให้กับหัวคะแนนหรือโหวตเตอร์ที่สนับสนุนการกระทำความผิดถือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

เร่งดำเนินคดีคาดเสร็จใน 1 เดือน

พ.ต.ต.ยุทธนา ระบุว่าเมื่อสอบสวนพยานลอตถัดไป (กลุ่มที่ปรึกษาของ สว.) เสร็จสิ้น คาดว่าภายใน 1 เดือนจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น และอาจเป็นขั้นตอนเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาได้เลย

สำหรับเป้าหมายผู้ที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดนั้น เมื่อรวมกับคดีของ กกต. อาจมีประมาณหลักร้อยคน โดยจะต้องพิจารณาเป็นรายไปว่าบุคคลใดเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน

คดีนี้ดำเนินการแยกต่างหากจากคดีฮั้ว สว. ที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของ กกต. แต่สามารถสนับสนุนเอื้อซึ่งกันและกันในด้านพยานหลักฐาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...