โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

EV วิ่งลืมชาร์จ พร้อมขายไทย Benz CLA 250+ ชาร์จ 1 ครั้ง 792 กม.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 23.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 08.58 น.

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เยอรมนี เสริมตลาดรถคอมแพคท์ เปิดตัว Mercedes-Benz CLA (ซีแอลเอ) โฉมใหม่ และแน่นอน ยังรวมถึงการรุกตลาดรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ด้วยเช่นกัน กับโมเดล CLA นี้ และนับเป็นยุคที่ 4 ของ อีวี พรีเมียม จากสตุทการ์ท

และมันจะเป็น อีวี รุ่นต่อไปที่จะทำตลาดในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้ด้วยเช่นกัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นหนึ่งในแบรนด์พรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับพลังงานใหม่อย่าง EV ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศว่าในอนาคตจะทำตลาด EV เพียงอย่างเดียว ขณะที่เครื่องยนต์ (ICE) จะหยัดพัฒนา และค่อย ๆ เฟดออกจากตลาดไป

ก่อนที่จะปรับแผนตลาดใหม่ โดยยืนยันยังคงพัฒนาเครื่องยนต์ต่อไป ควบคู่กับการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับตลาดหรือว่าสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ้าเป็นการเมืองก็ว่าไปอย่าง

และก็ไม่แปลก เพราะไม่ใช่แค่เมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่อีกหลาย ๆ แบรนด์ ก็มีแนวคิดเดียวกัน ที่มุ่งอีวี ก่อนปรับเปลี่ยนใหม่ เพราะเห็นว่า อีวี ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่มันคือหนึ่งในคำตอบ และแน่นอนเป็นคำตอบที่สำคัญ

และสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่เปิดตลาดอีวี ปัจจุบัน มียอดขายสะสมทั่วโลกประมาณ 720,000 คัน

และสำหรับการมาของ CLA จะเห็นว่า ชื่อเรียกนั้นแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ที่มีคำว่าEQ นำหน้า

เพราะก่อนหน้านี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ แยกกลุ่มพลังงานไฟฟ้าออกมาทำตลาด หรือเรียกว่าเป็นซับ แบรนด์ (sub brand) ก็คือ EQ นั่นเอง

แต่ล่าสุดตั้งแต่ CLA เป็นต้นไป ทุกอย่างจะกลับมาอยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz เช่นเดิม แต่จะมีคำว่าwith EQ ต่อท้าย ซึ่งหากเป็นอีวี ก็จะเป็น with EQ Technology ส่วนในอนาคต เมื่อมีรุ่นลูกผสมอย่างไฮบริด หรือ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ในอนาคต ก็จะต่อท้ายที่บ่งบอกว่าเป็น ไฮบริด

สำหรับที่มาที่ไป ของ อีวี เมอร์เซเดส-เบนซ์ เริ่มจากรหัสที่เราคุ้นกันก่อนหน้านี้คือ "EVA1" (Electric Vehicle Architecture1)

  • EVA1

EVA1 มีรถทำตลาดคือ EQC ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก GLC เป็นรุ่นที่คนไทยลุ้นกันว่าจะนำเข้ามาทำตลาด เมื่อกระแสอีวี เริ่มแรงขึ้นในตลาดโลกช่วงนั้น แต่ที่สุด EQC จาก EVA1 ก็ไม่ได้เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา

  • EVA1.5

ถัดมาเป็นยุคของ EVA1.5 โดยยังมีแนวคิดการพัฒนาเหมือนกับ EVA1 คือ การใช้แพลทฟอร์มที่มีอยู่แล้วมาต่อยอด โดยยุคนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มี อีวี 2 รุ่น ทำตลาดคือ EQA และ EQB

ซึ่ง EQB นี้เองที่เป็น อีวี ตัวแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งจำหน่ายหมดโควต้าในเวลารวดเร็ว แต่เป็นโควต้าที่มีจำนวนไม่มากนัก ประมาณ 70 คัน ก่อนที่จะมีล็อต 2 ตามเข้ามา ในจำนวนใกล้ ๆ กัน

  • EVA2

จากนั้น เข้าสู่ยุคที่ 3 คือ EVA2 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศแยกแพลทฟอร์มชัดเจนระหว่าง EV กับแพลทฟอร์มรถที่ยังมีเครื่องยนต์

เริ่มต้นด้วย EQS ตัวถังซาลูน ที่เรียกว่าเป็นว่าเป็นรุ่นเรือธง หรือ flagship model ของฝั่ง อีวี เหมือนกับที่ S Class เป็นเรือธงฝั่งที่ใช้เครื่องยนต์

และ EQS เป็น อีวี รุ่นที่ 2 ที่เข้ามาทำตลาดในไทย เริ่มต้นด้วยการนำเข้าในรุ่น 450+ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะสร้างความฮือฮา ด้วยการเดินสายการประกอบรุ่นเรือธง EQS ในประเทศไทยที่โรงงานสำโรง

EVA2 มีผลผลิต ตามมาอีกหลายรุ่น เช่น EQE, EQE AMG, EQE SUV, EQE SUV AMG, EQS SUV, EQS AMG หรือว่า Mercedes-Maybach EQS SUV ซึ่งหลายรุ่น ก็ทำตลาดในไทย ยกเว้น EQE SUV AMG และ EQS AMG

  • MMA

ทีนี้ก็มาถึงว่าที่ อีวี ตัวใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย และเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดโลกไปไม่นาน และคราวนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครัั้งกับโครงสร้างรถ ที่เปลี่ยนจาก EVA มาเป็น MMA

MMA หรือ Mercedes-Benz Modular Architecture เป็นการกลับมาพัฒนาอีวีควบคู่กับพลังงานอื่น ๆ เช่น ICE หรือ ไฮบริด

จะบอกว่าเป็นการกลับสู่จุดเดิมก็อาจจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะแต่เดิมอาจจะดูเหมือนเป็นการต่อยอด แต่ MMA เป็นงานที่ละเอียดขึ้น เป็นการพัฒนาให้เป็นแพลทฟอร์มที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละเทคโนโลยี รวมถึง อีวี ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางแบตเตอรี มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้า

และสำหรับ CLA เวอร์ชั่นพลังงานไฟฟ้า ขณะนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผลิตออกมา 2 ทางเลือกคือ

  • Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
  • Mercedes-Benz CLA 350+ with EQ Technology มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)

ซึ่งรุ่นที่จะทำตลาดในไทย คือ Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology โดยคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ แต่การส่งมอบจะเริ่มได้ช่วงต้นปี 2569

นำเข้าจากทีไ่หน เยอรมนี หรือ จีน ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีฐานการผลิตที่นั่นเช่นกัน และช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่งาน เซี่ยงไฮ้ มอเตอร์ โชว์ เพิ่งเปิดตัวรุ่นฐานล้อยาว (LWB) ไป

แน่นอนการนำเข้าจากจีน ก็จะได้สิทธิภาษีนำเข้า 0% เช่นเดียวอีวี แบรนด์ อื่น ๆ ตามความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-จีน

แต่ไม่ใช่ทั้งคู่ เพราะ Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology ที่จะทำตลาดในไทย จะประกอบในประเทศที่โรงงานสำโรง

สเปคเบื้องต้น CLA 250+ with EQ Technology

  • แบตเตอรี ลิเธียม ไอออน NMC เทคโนโลยี 800V
  • ความจุ 85.5 kWh
  • การชาร์จ AC 11 kW
  • การชาร์จ DC 360 kW
  • กำลังสูงสุด 272 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร
  • 0-100 กม./ชม. 6.7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ซึ่งเมื่อดูสเปคเบื้องต้น ถือว่าน่าสนใจทีเดียว ทั้งด้านของสมรรถนะมอเตอร์ รวมถึงเทคโลแบตเตอรีแบบ 800 V

และสิ่งที่จะเป็นจุดขายสำคัญของ Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology คือความสามารถในการใช้งาน ที่จะรองรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือ การเดินทางไกล การเดินทางท่องเที่ยว

เพราะการชาร์จไฟ 1 ครั้ง รองรับการขับขี่สูงสุด 790 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

เรียกว่าชาร์จ 1 ครั้ง ก็ลืมชาร์จไปนานเลย โดยเฉพาะหากขับขี่ในเมือง

ทีนี้ก็เหลือแต่รอลุ้นกันว่า Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology ประกอบในประเทศ หรือ CKD จะมีราคาที่ดึงดูดใจได้เหมือนสเปครถ มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...