โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กอบศักดิ์ แนะไทยวางตัวเป็นกลาง "จีน-สหรัฐ" สร้างแต้มต่อดึงการลงทุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 23.15 น.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยถึงกรณีการวางตัวของประเทศไทยระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ว่า เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

สำหรับประเทศไทยคำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นมากขึ้นเช่นกัน เช่น กรณีฐานทัพที่พังงา หรือโครงการในพื้นที่อู่ตะเภาในอนาคต ดังนั้น ประเทศไทยควรเตรียมจุดยืนของตนไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะจุดยืนที่ ไม่เลือกข้าง และรักษาความเป็นกลางให้ได้มากที่สุด

"คำถามนี้ถูกโยนเข้าสู่เวทีต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แม้แต่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็ยังถูกถามระหว่างการเยือนสหรัฐฯว่าจะวางตัวอย่างไรระหว่างสองขั้วอำนาจ แต่ถึงอย่างนั้นฟิลิปปินส์ที่ชัดเจนว่าเลือกสหรัฐฯ แม้จะได้ผลประโยชน์บางอย่าง เช่น อัตราภาษีที่ดีกว่าไทย

แต่ก็ต้องแลกมากับความไม่แน่นอน นักลงทุนกังวลว่า หากเกิดสงครามขึ้น ฟิลิปปินส์อาจกลายเป็นเป้าหมายเช่นเดียวกับออสเตรเลียที่ถูกตั้งคำถามว่า หากเกิดเหตุการณ์ในไต้หวัน จะยืนอยู่ข้างใด” นายกอบศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ความเป็นกลางของประเทศไทยจะกลายเป็น แต้มต่อ ที่สำคัญในการดึงดูดการลงทุนระยะยาว เพราะนักลงทุนทั่วโลกต้องการประเทศที่สามารถค้าขายกับทุกฝ่ายได้อย่างไร้ข้อจำกัด

"ถ้าเราเข้าข้างอเมริกา บริษัทที่อยากค้าขายกับจีนก็อาจไม่กล้ามาลงทุน ถ้าเราชัดเจนว่าเข้าข้างจีน บริษัทที่ค้าขายกับอเมริกาหรือยุโรปก็อาจลังเล ดังนั้น ความเป็นกลางคือคำตอบที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ และเราควรเริ่มพูดคุย ถกเถียง และตกผลึกแนวคิดกันให้มากขึ้นตั้งแต่ตอนนี้" นายกอบศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้จุดยืนเรื่องความเป็นกลางจะไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระยะยาวของไทย แต่ยังช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์บนเวทีระหว่างประเทศอย่างมั่นคงด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...