โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แซม อัลต์แมน เตือนภัย! โลกจ่อเผชิญ ‘วิกฤตฉ้อโกง’ ครั้งใหญ่ หลัง AI เอาชนะระบบพิสูจน์ตัวตนส่วนใหญ่ได้แล้ว ทั้งปลอมเสียง-วิดีโอจนแยกไม่ออก

THE STANDARD

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • thestandard.co
แซม อัลต์แมน เตือนภัย! โลกจ่อเผชิญ ‘วิกฤตฉ้อโกง’ ครั้งใหญ่ หลัง AI เอาชนะระบบพิสูจน์ตัวตนส่วนใหญ่ได้แล้ว ทั้งปลอมเสียง-วิดีโอจนแยกไม่ออก

แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ได้ออกมาเตือนว่าโลกอาจกำลังจะเจอ ‘วิกฤตการฉ้อโกง’ (fraud crisis) อันเนื่องมาจากความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะช่วยให้ผู้ไม่หวังดีสามารถปลอมแปลงตัวตนของผู้อื่นได้อย่างแนบเนียน เพื่อสร้างความเสียหายทางการเงินและสังคม

“สิ่งที่ทำให้ผมหวาดกลัวคือ ยังมีสถาบันการเงินบางแห่งที่ยอมรับการพิสูจน์ตัวตนด้วยเสียงเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก นั่นเป็นเรื่องที่บ้ามากที่ยังทำกันอยู่ เพราะ AI ได้เอาชนะวิธีการพิสูจน์ตัวตนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไปหมดแล้ว ยกเว้นรหัสผ่าน” อัลต์แมนกล่าว

คำเตือนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวเตรียมจะเปิดตัวแผนปฏิบัติการ AI (AI Action Plan) ในเร็วๆ นี้ โดย OpenAI ก็ได้ให้คำแนะนำสำหรับแผนดังกล่าวและกำลังขยายทีมงานในวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

OpenAI ยังได้ยืนยันว่า จะเปิดสำนักงานแห่งแรกในวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงต้นปีหน้า เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบาย จัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ และจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับ AI ให้กับบุคลากรภาครัฐและภาคการศึกษา

แม้จะออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของเทคโนโลยี แต่ OpenAI ก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์หลีกเลี่ยงการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันกับนวัตกรรม AI จากต่างประเทศ โดยอัลต์แมนไม่ได้อยู่เพียงลำพังที่กังวลว่า AI จะทำให้การฉ้อโกงรุนแรงขึ้น

FBI เคยออกมาเตือนเรื่องการหลอกลวงด้วยการ ‘โคลนนิ่ง’ เสียงและวิดีโอด้วย AI มาแล้ว และมีรายงานว่ามีผู้ปกครองหลายรายเกือบตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยีนี้ปลอมเสียงเป็นลูกๆ เพื่อหลอกเอาเงิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเคยเตือนถึงกรณีที่มีผู้ใช้ AI ปลอมเสียง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้วย

“ผมกังวลมากว่าเรากำลังจะเผชิญกับวิกฤตการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่ใกล้เข้ามา” อัลต์แมนกล่าว “ตอนนี้มันคือการโทรด้วยเสียง อีกไม่นานมันจะเป็นวิดีโอหรือ FaceTime ที่แยกไม่ออกจากของจริง” เขายังได้สนับสนุนเครื่องมือที่ชื่อว่า The Orb ซึ่งจะช่วย ‘พิสูจน์ความเป็นมนุษย์’ ในโลกออนไลน์

อัลต์แมนยังเผยถึง ‘สิ่งที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ’ นั่นคือแนวคิดที่ว่าผู้ไม่หวังดีอาจสร้างและใช้ Superintelligence ในทางที่ผิดได้สำเร็จ ก่อนที่ทั่วโลกจะก้าวหน้าพอที่จะป้องกันการโจมตีนั้นได้ เช่น การใช้ AI โจมตีโครงข่ายไฟฟ้าหรือสร้างอาวุธชีวภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน อัลต์แมนกลับมีท่าทีที่กังวลน้อยกว่าผู้นำเทคโนโลยีคนอื่นๆ ‘ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น’ เขากล่าว “นี่เป็นระบบที่ซับซ้อนเกินไป และเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และส่งผลกระทบสูงมาก มันยากที่จะคาดเดา”

เขากล่าวว่าแม้งานบางประเภทจะหายไปทั้งหมดแต่งานรูปแบบใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นมาแทนที่ และได้ย้ำถึงวิสัยทัศน์ในอีก 100 ปีข้างหน้าว่า คนทำงานในอนาคตอาจจะไม่มีสิ่งที่คนยุคเราเรียกว่า งานจริงๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการสร้างงานขึ้นมาเพื่อเติมเต็มเวลาและรู้สึกว่าตนเองมีประโยชน์ต่อผู้อื่น

พร้อมกันนี้ OpenAI ยังได้เผยแพร่รายงานโดย รอนนี แชตเตอร์จี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คนแรกของบริษัท ซึ่งเปรียบเทียบ AI กับเทคโนโลยีที่พลิกโฉมโลกอย่างไฟฟ้าและทรานซิสเตอร์ โดยระบุว่าปัจจุบัน ChatGPT มีผู้ใช้ทั่วโลกถึง 500 ล้านคน และ 20% ของผู้ใช้ในสหรัฐฯ ใช้เพื่อการเรียนรู้และเพิ่มทักษะ

ภาพ: Andrew Harnik/Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...