โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง แจง "พิโกไฟแนนซ์" แห่คืนใบอนุญาตคลาดเคลื่อน ชี้ NPL ลดจากปีก่อน

Manager Online

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.09 น. • MGR Online

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวการแห่คืนใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จากผลกระทบของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ว่าเป็นข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยไม่พบการคืนใบอนุญาตที่ผิดปกติ

ทั้งนี้ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงการคลัง ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่ประชาชนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินจากแหล่งเงินทุนในระบบ ให้ได้รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม และลดการพึ่งพาการกู้ยืมจากเจ้าหนี้นอกระบบ ในขณะเดียวกัน การประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ก็เป็นช่องทางกลไกที่สนับสนุนให้เจ้าหนี้นอกระบบ ปรับเปลี่ยนมาประกอบธุรกิจการให้บริการสินเชื่อในระบบอย่างที่ถูกกฎหมาย

*ยอดขอใบอนุญาตเปิดพิโกไฟแนนซ์ มากกว่าขอคืนใบอนุญาต

สำหรับประเด็นการคืนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ นับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงเดือนพ.ค.68 พบว่า มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์คืนใบอนุญาต จำนวน 106 ใบ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ คือ ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปี 2563 ปัญหาขาดแคลนบุคลากร เป็นต้น

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ยังคงได้รับคำขอใบอนุญาตใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในแต่ละปีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตใหม่ ยังมีจำนวนมากกว่าผู้ที่คืนใบอนุญาต ส่งผลให้มีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบันที่กระทรวงการคลังดำเนินนโยบายส่งเสริมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันในธุรกิจการให้สินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องพัฒนากลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และอยู่รอดจากการแข่งขันดังกล่าว

*ยอดธุรกิจ "พิโกไฟแนนซ์" ทั่วไทย 1,155 ราย NPL ลดลงจากปีก่อน

สำหรับสถานการณ์การประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในปัจจุบัน จากข้อมูล ณ เดือนพ.ค.68 มีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตและเปิดดำเนินการมีจำนวนสะสมสุทธิ 1,155 ราย ใน 75 จังหวัด (ยกเว้น จ.สิงห์บุรี และ จ.อ่างทอง) โดย ณ วันที่ 31 มี.ค.68 มีสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 5,081,240 บัญชี วงเงินรวม 50,066.09 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้าง มีจำนวน 393,010 บัญชี วงเงินรวม 7,429.15 ล้านบาท นอกจากนี้ ในเดือนม.ค. - มี.ค.68 มีการให้สินเชื่อใหม่เฉลี่ยประมาณ 55,500 บัญชี/เดือน วงเงินเฉลี่ยประมาณ 700 ล้านบาท/เดือน

นอกจากนี้ ภาพรวม NPLs ของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ พบว่า ณ วันที่ 31 มี.ค.68 มี NPLs คิดเป็น 23.40% ของยอดสินเชื่อคงค้าง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ NPLs ณ วันที่ 31 มี.ค.67 ที่ 23.69% ของยอดสินเชื่อคงค้าง สามารถสรุปได้ว่า NPLs ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ถูกกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 36% เป็นอัตราที่สะท้อนถึงความเสี่ยง และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงกว่าสินเชื่อปกติ เนื่องจากเป็นการให้สินเชื่อแก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในสถาบันการเงินทั่วไปได้

*เตรียมปลดล็อก "พิโกไฟแนนซ์" ให้สินเชื่อข้ามจังหวัดได้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สามารถขยายพื้นที่การให้บริการไปในจังหวัดข้างเคียงกับจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่ได้รับอนุญาตจาก รมว.คลังตั้งอยู่

ประชาชนรายย่อยมีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีอัตราดอกเบี้ยเหมาะสมได้มากขึ้น และกระทรวงการคลังสามารถกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้ความรู้แก่ประชาชน และผู้ประกอบธุรกิจสิน เชื่อพิโกไฟแนนซ์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

"กระทรวงการคลัง เชื่อมั่นว่าแนวทางเหล่านี้ จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และใช้บริการสินเชื่อในระบบได้อย่างยั่งยืน และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ" โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...