ราคาน้ำมันดิบโลก พุ่ง 10% หลังอิสราเอลถล่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน สหรัฐไม่ร่วมโจมตี
ราคาน้ำมันดิบโลก ทะยาน หลังนายกฯ อิสราเอลเปิดฉากโจมตีนาทานซ์และโครงการขีปนาวุธอิหร่าน โดยไม่แจ้งสหรัฐล่วงหน้า ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยืนยันไม่เกี่ยวข้อง พร้อมเตือนอิหร่านอย่าแตะผลประโยชน์อเมริกัน
วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐพุ่งขึ้น 10.21% แตะที่ 74.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของโลก พุ่งขึ้น 10.28% แตะที่ 76.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวแถลงว่า อิสราเอลได้เริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารแบบเจาะจงเป้าหมายต่อโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน โดยอิสราเอลได้โจมตีแหล่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักที่เมืองนาทานซ์, นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับแนวหน้า และศูนย์กลางของโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน
“ปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังไม่สามารถขจัดภัยคุกคามนี้ได้” เนทันยาฮูกล่าว
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า อิสราเอลได้ดำเนินการฝ่ายเดียว โดยไม่มีสหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วม พร้อมเตือนอิหร่านว่าอย่าโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐ
“เรามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้ และสิ่งสำคัญสูงสุดของเราคือการปกป้องกองกำลังของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ อิสราเอลแจ้งเราว่าพวกเขาเชื่อว่าปฏิบัติการนี้จำเป็นต่อการป้องกันตนเอง”
อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษทั่วประเทศ เพื่อเตรียมรับการตอบโต้จากอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตี
สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า พล.ต. โฮเซน ซาลามี ผู้บัญชาการสูงสุดของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้
แอนดี ไลโพว์ ประธานบริษัทที่ปรึกษา Lipow Oil Associates ระบุว่า ตลาดน้ำมันวิตกว่าการตอบโต้ของอิหร่านอาจมุ่งเป้าไปที่อิสราเอลหรือสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหญ่ และอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
“อิหร่านรู้ดีว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ราคาพลังงานต่ำ” ไลโพว์กล่าวกับ CNBC “หากอิหร่านโจมตีเพื่อทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในสหรัฐพุ่งสูงจะส่งผลเสียทางการเมืองต่อทรัมป์”
ซอล คาโวนิก หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานของ MST Marquee เสริมว่า ตลาดน้ำมันในปีที่ผ่านมามักไม่ตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงเหล่านี้เป็น เรื่องจริงและใกล้ตัวมากขึ้นกว่าที่หลายคนคิด
“แต่การโจมตีครั้งนี้ย่อมต้องตามมาด้วยการตอบโต้ ซึ่งอาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งใหญ่ โดยไม่ตั้งใจ” คาโวนิกกล่าว พร้อมเตือนว่าการโจมตีอาจยิ่งทำให้กลุ่มสายแข็งในอิหร่านแข็งข้อมากขึ้น
อ้างอิง : cnbc.com