จากมีรายได้วันละเกือบหมื่น ธุรกิจล้ม แม่หอบลูก 2 คนกลับสุรินทร์ อยู่กระต๊อบโทรมๆ บางวันกินข้าวกับน้ำปลา
จากมีรายได้วันละเกือบหมื่น จู่ๆ ธุรกิจล้ม แม่หอบลูก 2 คนกลับสุรินทร์ สร้างกระต๊อบโทรมๆ กลางน้ำ บางวันกินข้าวกับน้ำปลา ผอ.เห็นความลำบาก ยื่นมือช่วย สร้างบ้านหลังใหม่ให้
วันที่ 12 มิ.ย.68 นายสมศักดิ์ บุญโต ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนสุรวิทยาคาร จ.สุรินทร์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านหนองตะครอง หมู่ 8 ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อทำพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ส่งมอบให้กับ 2 พี่น้องนักเรียน ที่มีฐานะยากจนแต่เรียนดี โดยเป็นนักเรียนประพฤติดี ขยันเรียน แต่ประสบปัญหาทางฐานะครอบครัว คือ นายฐนันต์ แถวถิม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ นายฐนัญ แถวทิม นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ตามโครงการ "เพื่อนช่วยเพื่อน รวมน้ำใจสุรวิทยาคาร 1 บาท 1 หัวใจ สร้างบ้านให้เพื่อน" เพื่อสนับสนุนแนวคิดของสถาบันนักเรียนในการจัดโครงการ และระดมทุนผ่านบัญชี “เพื่อนช่วยเพื่อนรวมน้ำใจสุรวิทยาคาร” เพื่อจัดหาทุนสร้างบ้านให้กับนักเรียน ที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัย โดยในปีนี้ได้มอบการช่วยเหลือให้แก่ นายฐนันต์ และ นายฐนัญ
ซึ่งสภาพบ้านหลังเดิมความเป็นอยู่ของครอบครัวของทั้ง 2 พี่น้อง บ้านมีลักษณะเล็ก เป็นกระต๊อบ ทำจากไม้ไผ่และไม้ยูคา ปลูกสร้างอยู่บนน้ำ สภาพทรุดโทรม เวลาฝนตกหลังคารั่วทำให้ยากต่อการอยู่อาศัย
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นแนวทางนโยบายของโรงเรียนสุรวิทยาคาร ร่วมกับภาคีเครือข่ายสภานักเรียน สำหรับนักเรียนคนไหนที่ไม่มีบ้านอยู่ โรงเรียนก็จะมีโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อนรวมน้ำใจสุรวิทยาคาร” 1 บาท 1 หัวใจ สร้างบ้านให้เพื่อน ซึ่ง นายฐนัญ เป็นถึงนักเรียนทุนพระราชทานเรียนดี เป็นทุนการศึกษาของในหลวง
คณะครูจึงได้ลงพื้นที่มาดูบ้าน พบว่าพี่น้องทั้ง 2 คนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก และได้หารือกันกับภาคีเครือข่ายสภานักเรียน จึงได้เป็นที่มาของโครงการดังกล่าว และได้การสนับสนุนมาจากภาคีเครือข่าย สมาคมนักเรียนเก่าสุรวิทยาคาร ภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง และเครือข่ายอื่นๆ อีกมากมาย ร่วมด้วยช่วยกันคนละ 1 บาท 1 หัวใจ เพื่อช่วยเพื่อน บ้านใช้เวลาสร้าง 7 วัน รวมมูลค่าการก่อสร้าง 160,000 บาท
ด้าน นายฐนัญ กล่าวว่า สภาพความเป็นอยู่ก่อนหน้านี้ เวลาฝนตกทีไรลำบาก นอนแทบไม่ได้ และหลังคารั่วทำให้ฝนสาดน้ำเข้ามายังตัวบ้าน รู้สึกดีใจที่ได้รับมอบบ้านในวันนี้ และจะเป็นคนดีแก่สังคมและส่วนรวมต่อไป
ขณะที่ นางสายสุนี อายุ 48 ปี แม่ของนักเรียนทั้ง 2 คน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สภาพความเป็นอยู่ที่บ้านพอจะมีกินมีใช้ แต่ด้วยทางบ้านไปประกอบธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา อยู่ที่ จ.นครราชสีมา มีรายได้ 7,000-8,000 บาท บางวันก็หลักหมื่น แต่ธุรกิจเกิดล้มละลายไปไม่รอด จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านที่ จ.สุรินทร์ มีเงินติดตัวมา 5,000 บาท
ตนรู้สึกสงสารลูก บางครั้งหิวข้าวไม่มีเงินติดตัวสักบาท ต้องไปหาเศษเหรียญตามกระเป๋าตามเสื้อผ้าได้มาเยอะสุด 20 บาท เพื่อนำไปซื้อไข่มาทำอาหารให้ลูกกินไปโรงเรียน และเคยไม่มีอะไรกินต้องกินข้าวกับน้ำปลา ตนรู้สึกดีใจที่ได้รับมอบบ้านหลังใหม่จาก “เพื่อนช่วยเพื่อนรวมน้ำใจสุรวิทยาคาร” ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก และขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือครอบครัวของตน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากมีรายได้วันละเกือบหมื่น ธุรกิจล้ม แม่หอบลูก 2 คนกลับสุรินทร์ อยู่กระต๊อบโทรมๆ บางวันกินข้าวกับน้ำปลา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th