โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วิทัย รัตนากร’ มือพลิกฟื้นจากนกแอร์-ไอแบงก์-กบข.-ออมสิน สู่ผู้ว่า ธปท.คนที่ 25

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 20.22 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น.

ครม.ไฟเขียวตั้ง วิทัย รัตนากร ‘มือพลิกฟื้น’ จากนกแอร์-ไอแบงก์-กบข.-ออมสินสู่ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 25 ประสานนโยบายการเงิน-การคลัง รับมือเศรษฐกิจผันผวน – แก้ GDP กว่าศักยภาพ

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ ตั้งนาย “วิทัย รัตนากร ” ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย มีผล 1 ตุลาคม นี้ โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง เนื่องจาก นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่30 กันยายน 2568โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตร ได้ให้ความเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเสนอแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย (ตามข้อ 3.1 ) ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (ตามข้อ 3.2 ) ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ

ดังนั้น จึงเห็นควร เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอ ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 25

……

หลังจากที่นายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้สรุปรายชื่อผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ 2 ราย คือ ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เสนอให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ต่อมานายพิชัย ชุณหวชิรรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอชื่อนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เดิมทีทางผู้นำทีมพรรคเพื่อไทยซึ่งได้การรับส่งสัญญาณจากกลุ่มธุรกิจว่าควรให้การสนับสนุน ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส ซึ่งเป็นคนใน หรือ ลูกหม้อของแบงก์ชาติ จะเหมาะสมที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่การเมืองมีปัญหาหลากหลายด้าน ทำให้ดร.รุ่งผ่านการสัมภาษณ์ด้วยคะแนนเต็ม 6 คะแนน ส่วนนายวิทัยได้ 4 คะแนน ขณะที่ สส.ในพรรคเพื่อไทยบางส่วน มีการวิจารณ์ว่านายวิทัยน่าจะเป็นคนของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมานายพิชัยได้เชิญดร.รุ่ง มาหารือ/ประชุมที่กระทรวงการคลังหลายครั้ง

จนกระทั่งมาถึงในช่วงโค้งสุดท้าย นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยให้ความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ว่าการธนาคารกลาง ควรเป็นอิสระจากการเมือง รวมทั้งมีการยกตัวอย่าง กรณีธนาคารกลางประเทศตุรกีถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง โดยให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเกินไปเป็นเวลานาน ทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และค่าเงินอ่อนลงอย่างมาก ซึ่งคนทำงานในธนาคารแห่งประเทศไทยซึมซับถึงหลักการสำคัญข้อนี้ดี ตรงกันข้ามผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจคุ้นเคยกับการรับนโยบายของรัฐบาลไปทำอยู่แล้ว เพราะเมื่อเกิดความเสียหาย รัฐบาลก็ต้องชดเชยให้…

ข่าววงในระบุว่าจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวเป็นการจุดประเด็นให้ทีมพรรคเพื่อไทยกลับลำ

ก่อนหน้านี้นายวิทัยได้รับการทาบทามจากบุคคลหลายฝ่าย หนึ่งในนั้นมีอดีตผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยให้สมัครตำแหน่งผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทยเลือกดร.รุ่ง ได้ถามนายวิทัยว่าคุณอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการ ธนาคารออมสินต่อได้หรือไม่ คำตอบคือได้…นั่นคือที่มาที่ไปในช่วงก่อนหน้านี้

ระหว่างทางอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ การกลับลำ โดยนายพิชัยเสนอชื่อนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 มีการถกเถียงกันมากพอสมควร แต่ไม่มีมติให้กลับมานำเสนอใหม่ในวันวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568

สำหรับนายวิทัย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เผชิญกับความไม่แน่นอนหลานด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าศักยภาพ ภาษีทรัมป์ นโยบายเงินเฟ้อที่ต่ำ หากทิ้งไว้นานจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชื่อว่าการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจากนี้ไปจะสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี

หากย้อนกลับไปดูการทำงานของนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งปัจจุบันอายุ 54 ปี นายวิทัยเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นนำ เป็นบุตรชายของศาสตราจารย์พิเศษ โสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา คนที่ 26 , อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับนางสิริลักษณ์ รัตนากร อดีตกรรมการผู้จัดการหญิงคนแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายวิทัยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทอีก 3 ใบ ได้แก่ ปริญญาโทด้าน Finance จาก Drexel University ประเทศสหรัฐอเมริกา , ปริญญาโทด้านกฎหมายธุรกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์การทำงานของนายวิทัยโดดเด่นการพลิกฟื้นกิจการ หลังจากนายวิทัยสำเร็จการศึกษาเริ่มทำงานครั้งแรกที่ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด เมื่อปี 2535 จากนั้นย้ายไปทำงานแวดวงการเงินการธนาคารเพื่อสั่งสมประสบการณ์อยู่หลายแห่ง อาทิ ฝ่ายค้าเงิน (Treasury Department) ของธนาคารกรุงเทพ ทำหน้าที่บริหารสภาพคล่อง และย้ายมาฝ่ายบริหารหนี้ของธนาคารเอเชีย และย้ายมาที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ทำหน้าที่บริหารกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทำงานอยู่ที่ กบข.ได้ 3 ปี

จากนั้นนายวิทัย ก็ได้รับการทาบทามให้มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน หรือ “CFO” ของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่แรกที่ให้โอกาสนายวิทัยได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ หลังจากเปลี่ยนที่ปรึกษาทางการเงินไปแล้วหลายชุด นายวิทัย ได้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท สายการบินนกแอร์ที่ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง จนกลับมามีกำไรได้ภายใน 2 ปี และสามารถนำหุ้นของบริษัท สายการบินนกแอร์ เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในปี 2556

ต่อมา นายวิทัยได้รับการทาบทามจากผู้บริหารในกระทรวงการคลังให้มานั่งในตำแหน่งรองผู้อำนวยการธนาคารออมสินในปี 2558 ดูแลงานทางด้านบริหารเงิน และหลักทรัพย์ รวมทั้งสินเชื่อนโยบายรัฐ ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่ธนาคารออมสิน ผู้ใหญ่ในกระทรวงการคลังเล็งเห็นฝีมือ และประสบการณ์ของนายวิทัยในการพลิกฟื้นกิจการของสายการบินนกแอร์จนกลับมามีกำไร จึงขอยืมตัวนายวิทัยจากรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน มาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ “ไอแบงก์” ที่ประสบปัญหาขาดทุนติดต่อกันมา 5 ปี

นายวิทัย ได้เข้าไปจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของไอแบงก์ โดยเริ่มลงมือคัดแยกหนี้ดีหนี้เสีย และโอนหนี้เสียของไอแบงก์กว่า 40,000 ล้านบาท ไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ “IAM” จากนั้นกระทรวงการคลังได้จัดงบประมาณมาเพิ่มทุนให้ไอแบงก์ 18,000 ล้านบาท จนทำให้ฐานะการเงินของไอแบงก์เริ่มดีขึ้น และสามารถขยายสินเชื่อได้ตามปกติใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ทำให้ไอแบงก์กลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2560

ต่อมา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดรับสมัครเลขาธิการ กบข. นายวิทัยในฐานะที่เคยเป็นลูกหม้อเก่าที่นี่ ตัดสินใจเข้ารับการสรรหา ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ กบข.ในปี 2561 จนถึงปี 2563 ตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินว่างลง นายวิทัยกลับมาสมัครเป็นผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน ผ่านการสรรหาและได้รับการแต่งตั้ง เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

5 ปีที่ผ่านมา นายวิทัย มีบทบาทสำคัญในการปรับบทบาทภารกิจของธนาคารมาเป็นธนาคารเพื่อสังคม “Social Bank” โดยนำกำไรจากการทำธุรกิจของธนาคารตามปกติมาสนับสนุนภารกิจด้านสังคม เพื่อสร้าง “Social Impact” ในการลดความเหลื่อมล้ำขยายโอกาสให้ระชาชนในระดับฐานรากเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ , แก้ปัญหาหนี้สิน , ช่วยพัฒนาชุมชนและสังคม และสนับสนุนนโยบายรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถช่วยคนไทย 13 ล้านชีวิตได้ไปต่อ โดยที่ฐานะการเงินของออมสินยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สามารถทำกำไรนำส่งเงินส่งคลังไปแล้วกว่า 96,000 ล้านบาท

จากการให้สัมภาษณ์ ‘ไทยพับลิก้า’ ล่าสุดในประเด็น ‘ประเทศไทยต้องรอด’ จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่จีดีพีโตต่ำกว่าศักยภาพ และปัญหาเชิงโครงสร้างหลากหลายด้าน โดยเชื่อมั่นว่าทุกปัญหาสามารถบรรเทาและแก้ได้ ถ้าทำลงมือทำจริง และทุกๆองคาพยพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชน ร่วมกันในแต่ละจุด แล้วต่อจิ๊กซอว์เชื่อว่าปัญหาบรรเทาได้แน่นอน

พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่า “ถ้าถามถึงว่าปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลเมืองไทยหนักที่สุดมั้ย หนักมากแน่นอน เรื่องจริงเป็นอย่างนั้นเลยถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหาหรือลดปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลได้ ในเมืองไทย ผมว่ามันจะกลายเป็นตัวเหนี่ยวรั้งทุกอย่าง เหนี่ยวรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นยาก คนดีๆ ก็จะเกิดขึ้นยาก การขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมือง การขึ้นสู่ตำแหน่งทางข้าราชการ การได้มาของงานของเอกชน กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีปัญหาเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด”

อ่านเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...