โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฝนสุดขั้วถล่มปากีฯ เมฆระเบิดส่งมวลน้ำตัดทางหลวงตาย-สูญหายอื้อ

Khaosod

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.30 น.

ฝนสุดขั้วถล่มปากีฯ เมฆระเบิดส่งมวลน้ำตัดทางหลวงตาย-สูญหายอื้อ

ฝนสุดขั้วถล่มปากีฯ - วันที่ 22 ก.ค. เอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งระดมกำลังออกค้นหาผู้สูญหาย 15 คน หลังเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันจากปรากฎการณ์ "เมฆระเบิด" พัดพารถขนนักท่องเที่ยวไปกับกระแสน้ำ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ปากีสถานกำลังเผชิญกับฝนตกหนักผิดปกติทั่วประเทศตั้งแต่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 225 ราย บาดเจ็บกว่า 500 คนแล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่าเป็นผลกระทบจากปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือโลกร้อน

ส่วนเหตุล่าสุดนั้นเกิดขึ้นบนทางหลวงแคว้นกิลกิต-บัลติสถาน เขตปกครองตัวเองทางเหนือของประเทศ โดยเกิดฝนตกอย่างหนักเฉพาะจุด หรือคลาวด์เบิร์สต์ (เมฆระเบิด) หรือที่นิยมเรียกว่า "ฟ้ารั่ว" ทำให้ทางหลวงถูกกระแสน้ำตัดขาดและพัดพารถบนทางหลวงไปด้วย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังทำให้มีนักท่องเที่ยวติดค้างอยู่บนทางหลวงอีกกว่า 200 คน ทั้งยังทำให้เกิดดินถล่มตามมาจนมีพาหนะหลายคันติดอยู่ในโคลนและไม่สามารถหลุดออกมาได้

เหตุข้างต้นเกิดขึ้นหลังสำนักอุตุนิยมวิทยาของปากีสถานออกแถลงการณ์เพิ่มเติม เตือนไม่ให้เดินทางไปยังภาคเหนือของประเทศ เนื่องจากมีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่ม

นอกจากนี้ ทางการปากีสถานยังเตือนด้วยว่า ฝนตกหนักที่ผิดปกติซึ่งปากีสถานกำลังเผชิญนั้นอาจนำไปสู่มหาอุทกภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นกับปากีสถานเมื่อปี 2565 ซึ่งพื้นที่หนึ่งในสามของประเทศจมอยู่ใต้น้ำ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝนสุดขั้วถล่มปากีฯ เมฆระเบิดส่งมวลน้ำตัดทางหลวงตาย-สูญหายอื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...