โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'พล.อ.ณัฐพล' แจงไทม์ไลน์ฟ้องกัมพูชา ละเมิดออตตาวา จี้ สปอนเซอร์ หยุดให้เงิน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.24 น.

21 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนการประชุม ศบ.ทก. ถึงการดำเนินการมาตรการตอบโต้กัมพูชา ว่า ตนมีความเข้าใจงานของสื่อที่ต้องรายงานข่าวให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ขอให้เข้าใจด้วยว่า การทำงานของภาครัฐต้องทำตามขั้นตอน ถ้าพูดอะไรไปก่อนตามความคิด ตามความเชื่อแล้ว จะส่งผลกระทบ

"หลายสำนัก นักวิชาการหลายคนด่าว่าล่าช้าไม่ทันใจ เท่ากับ ฮุนเซน ,ฮุนมาเนต โพสต์ลงในโซเชียล ถ้าไม่ใช่ก็ลบออก แต่เรา จะทำตัวแบบนั้นไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นเราก็จะศีลเสมอกัน ซึ่งตนยึดว่าการพูดอะไรแต่ละครั้ง ต้องมีความถูกต้องมากที่สุด อาจจะผิดพลาดได้ แต่ต้องน้อย ขอความเห็นใจจากสื่อมวลชนด้วย"พลเอกณัฐพล กล่าวและว่า

สำหรับทุ่นระเบิด ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเพราะเหตุใดถึงบอกว่าถูกวางใหม่ แต่เหตุผลที่ต้องตอบให้ได้ คือเราพบที่อื่นอีกหรือไม่ นอกจากกับระเบิดบริเวณนั้นแล้ว มีพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ และระเบิดที่วางเป็นชนิดอะไร เรามีใช้หรือไม่ หรือมีใช้เฉพาะกัมพูชา

พลเอกณัฐพล กล่าวอีกว่าการตรวจทุ่นระเบิด ไม่ใช่การเดินตรวจของในสนามหญ้า ต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราไปเร่งรัดมากแล้วตรวจค้นแล้วเจ้าหน้าที่ประสบอุบัติเหตุ ตนก็จะถูกตำหนิว่าทำไมถึงเร่งรัดตนก็อยากให้รีบ แต่ก็อยากให้รอบคอบ ขอให้เห็นแก่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เพราะจากการสั่งการไปโดยขอให้ได้รับคำตอบภายใน 3 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จบภารกิจภายใน 3 วัน ได้ตรวจค้นได้เพิ่มอีก 2 จุด 7 - 8 ทุ่น และทราบชนิดของทุนระเบิดเป็นPMN 2 ซึ่งเป็นของรัสเซีย เราไม่เคยมีใช้ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าของที่วางนั้นเป็นของประเทศอื่น ไม่ใช่ของเราแน่นอน

อีกประการหนึ่งเราต้องตอบสังคมโลกให้ได้ว่าที่ว่าทุ่นระเบิดของใหม่นั้นมีวิธีดูอย่างไร ซึ่งมีสองวิธีในการดูคือ การกลบเกลื่อนร่องรอยเป็นของใหม่ แต่ถ้าเป็นของเก่าจะมีวัชพืชขึ้น ซึ่งอันที่เราตรวจพบเป็นการเอาเศษใบไม้และวัชพืชมาปกคลุม นอกจากนี้ ทุนระเบิดที่เก็บกู้ได้พบว่าส่วนที่เป็นโลหะ หากเป็นของเก่าจะขึ้นสนิม แต่พบว่าโลหะยังคงวาว ก่อนย้ำว่า หากเราทำงานเช่นนี้จะไม่มีใครมาเถียงเราได้ เราชี้แจงได้ จึงอยากขอความเห็นใจ

พลเอกณัฐพล กล่าวต่อว่า นับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคมจนถึงวันนี้ และประสบการณ์ของตนเอง ที่รับราชการมา ถือว่าเร็วแล้ว ขอเรียนสื่อมวลชนว่า การประชุมอนุสัญญาออตาวา จะประชุมช่วง พฤศจิกายน - ธันวาคม เพราะฉะนั้นหากมีการส่งฟ้องตั้งแต่วันนี้ มีค่าเท่ากันคือต้องรอการพิจารณาในเดือนธันวาคม สู้เราทำสำนวนให้รอบคอบดีกว่าหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ศบ.ทก.ยึดถือ การที่เราทำสำนวนก็เหมือนการทำสำนวนคดีทั่วๆไป หากทำสำนวนไม่รอบคอบศาลไม่รับฟ้อง สำนวนก็ตก หรือทำสำนวนไปแล้วกัมพูชาก็โต้กลับมาได้ เราก็จะเสียความน่าเชื่อถือ นี่คือสิ่งที่ตนห่วงใยมากกว่า

“เข้าใจสื่อมวลชนบางสำนักอาจจะได้ข่าวที่เร็ว หรือได้ข่าวมาจากคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ผมไม่ว่าแต่อยากให้เข้าใจการทำงานของหน่วยงานภาครัฐไม่ใช่ได้ข่าวมาแล้ว มาตำหนิภาครัฐว่าช้า ท่านก็ตำหนิกัมพูชาไปผมไม่ว่า คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกันได้ข่าวมากลับมาตำหนิภาครัฐตรงนี้อยากขอความเห็นใจ เพราะต้องทำงานตามขั้นตอนต้องรัดกุม ถ้าทำงานพลาดท่านก็มาตำหนิผมอีก ในสังคมจะมีคนทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เข้าใจและเห็นใจ ที่บอกว่าทำดีอยู่แล้วต้องรอบคอบต้องไม่พลาด แต่ฝ่ายที่ตำหนิเสียงมักจะดังกว่า ซึ่งผมทำใจมาแล้วเมื่อมาอยู่ตรงนี้ แต่สงสารน้องๆที่พลอยจะโดนไปด้วย “ พลเอกณัฐพล กล่าวและว่า

งานของ ศบ.ทก. หรืองานของกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องนี้ กับเรื่องทุ่นระเบิด อย่างเดียว แม้แต่เรื่องของสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ หากบาดเจ็บพิการ จะทำอย่างไร ตนคิดอยู่ตลอด แต่ก็โดนสื่อบางสำนักหันไปโจมตี กับเรื่องทหารที่พิการจะทำอย่างไร ตนยืนยันว่าทำมาตลอดแต่ทำอย่างรอบคอบ และยึดตามหลักเกณฑ์ และทำแบบคำนึงถึงกรณีอื่นด้วย สื่อกำลังให้ความสำคัญ กับน้องที่ถูกกับระเบิดขาขาด ตนก็ถูกสื่อตั้งคำถามกับเหตุการณ์ภาคใต้ ยืนยันทหารให้ความสำคัญ กับทหารที่บาดเจ็บพิการ แล้วคนที่เสียชีวิตจะทำอย่างไร คนที่รับผิดชอบ ปัญหาจะมาหลายทาง ตอนนี้ตนวิ่งเหมือนหมาที่กัดเจ็บในหางตัวเอง คือพยายามจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึง มาตรการตอบโต้กัมพูชา พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มอบอำนาจให้ศบ.ทก. ตกลงใจในการทำการใดๆ ที่ไม่ใช่เรื่องผูกพันอธิปไตย หรือขัดต่อกฎหมาย ก็สามารถตกลงใจได้เลย ดังนั้นที่ประชุม ศบ.ทก.วันนี้ ก็จะได้ข้อยุติที่สามารถดำเนินการได้เลย เพราะศบ.ทก. ไม่ใช่แค่กองทัพอย่างเดียว แต่ยังมีกระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆทั้งหมด 27 คน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยราชการต่างๆ เพียงแต่เรื่องที่สำคัญต้องรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบด้วย

เมื่อถามถึงการยื่นฟ้อง ว่าทางกัมพูชาผิดอนุสัญญาออตตาวา จะยื่นในนาม รัฐบาลหรือ ศบ.ทก. พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ทำในนามรัฐบาล ซึ่งศบ.ทก. จะแบ่งงานเป็นสองกลุ่มใหญ่ คืองานเฉพาะหน้า การปฏิบัติการทหารตามแนวชายแดน มาตรการควบคุมด่าน หรือประชาชนตามแนวชายแดนเดือดร้อน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นระยะยาว ต้องใช้ความปราณีต จะดำเนินการโดยกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ภายใต้การอำนวยการของศบ.ทก. และหลังจากที่ประชุมศบ.ทก. มีมติเห็นชอบ กระทรวงการต่างประเทศ ก็จะดำเนินการ ทำหนังสือประท้วง และแนวทางที่วางไว้นอกจากการทำหนังสือประท้วงไปที่คณะกรรมการออตตาวาแล้ว เรายังจะประท้วงไปยังกัมพูชาด้วย

เมื่อถามว่าหากผลการยื่นร้องต่อ คณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา แล้วชนะ ผลที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมนั้นคืออะไร พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ในบทลงโทษนั้นไม่ชัดเจน ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางออตตาวา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันทางกัมพูชาผิดอยู่ สองเรื่องแน่ๆ หนึ่งคือการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งสมาชิกที่มีพันธะกรณี กับอนุสัญญาออตตาวา จะต้องไม่ทำแบบนี้ สองคือ ยังมีของใหม่อยู่ในครอบครอง ซึ่งสมาชิก ของอนุสัญญา จะต้องทำลายทุ่นระเบิด ไม่ว่าจะทำลายหมดทันที หรือค่อยทำลาย ยังไงก็ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าจะทำลายหมดเมื่อไหร่ แต่ถ้ายังทำลายไม่หมด และเอามาใช้ก็ผิดแล้ว

"ขณะนี้อาจถูกมองเสียเปรียบบ้าง ผมคิดว่าเพื่อความได้เปรียบจะไม่บอกอะไร แต่สังคมเป็นอย่างนี้ สื่อมวลชน ก็ต้องทำหน้าที่หาข้อมูล
ทั้งนี้กัมพูชาผิดสองเรื่อง และจะส่งข้อมูลไปยังประเทศที่เป็นสปอนเซอร์ของกัมพูชา ที่สนับสนุนเงิน ในพันธกรณีที่เกี่ยวกับออตตาวา ว่า สนับสนุนเงินเขาไปปัจจุบันเขาเอามาทำแบบนี้ พลเอกณัฐพล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...