โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 ความท้าทายถาโถม 'ศุภชัย' ชี้ไทยถึงจุดขับเคลื่อน SDGs แบบไม่หันหลังกลับ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 15.03 น.

สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) ได้เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อน “สิ่งที่โลกกำลังเผชิญในปี 2025” ครอบคลุมความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านเทคโนโลยี ความมั่นคง การเกษตร พลังงาน และความเชื่อมั่น ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจ ภาครัฐ และประชาชนทั่วโลก

“ศุภชัย เจียรวนนท์” นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า โลกและประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายอันซับซ้อนหลายประการ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ปัจจัยเสี่ยงในระดับโลก ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม

5 ความท้าทายปี 2025

GCNT ชี้ให้ประเด็นความท้าทายที่ควรจับตามองไว้ในปี 2025 โดยมี 5 ด้านหลัก ได้แก่

🔹 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI): ปัญหาเชิงจริยธรรม ความลำเอียงของระบบอัลกอริธึม ความสูญเสียของตำแหน่งงาน และภัยจากข้อมูลเท็จที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

🔹 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Conflict) : สงครามที่ยังดำเนินอยู่ การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และการเติบโตของประเทศภูมิภาคที่มีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก

🔹 ระบบอาหารและการเกษตร (Food & Agriculture): การขาดแคลนแรงงาน ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้งและการเสื่อมโทรมของที่ดิน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร

🔹 วิกฤติพลังงานโลก (The Global Energy Crisis/Decarbonization) : ความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงานกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ช่องว่างของการลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญ

🔹 วิกฤติความไว้วางใจ (The Crisis of Trust): ความเชื่อมั่นในสถาบันหลักๆ ลดลง ข้อมูลเท็จกลายเป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา

กระแสความเปลี่ยนแปลงถาโถม

“ศุภชัย” อธิบายว่า ปี 2025 ไม่ได้เดินเข้ามาอย่างเงียบๆ แต่พาเอากระแสความเปลี่ยนแปลงถาโถมใส่เราทุกด้าน ทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วไม่ทันตั้งตัว ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย และศรัทธาที่เสื่อมถอยลงทุกวัน

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แน่นอนว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายประเทศ แต่ประเทศไทยยังติดกับดักการลงทุนที่ไม่เพียงพอ การเข้าถึงทุนและเทคโนโลยีก็ยังจำกัด แถมการบูรณาการระบบซัพพลายเชนยังไม่เป็นรูปธรรมมากพอ กลับกลายเป็นอุปสรรคแทนที่จะเป็นโอกาส

ด้านเวทีการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก่อตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนที่ไม่แน่นอนกำลังดึงความร่วมมือระหว่างประเทศให้ห่างออกไปทุกที ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์จะถูกยกให้เป็น 'ตัวช่วยสำคัญ' ในการบรรลุเป้าหมาย SDGs แต่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีกลับมีคำถามมากมาย

พลังงานที่ต้องใช้มหาศาล การแทนที่แรงงานในหลายภาคส่วน และช่องว่างระหว่างกลุ่มประชากรที่เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้ไม่เท่ากัน ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่เราต้องเผชิญหน้า

ไม่เพียงเท่านั้น ภาคเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหารเองก็อยู่ภายใต้แรงกดดันจากภูมิอากาศที่แปรปรวน ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น แรงงานลดลง และทรัพยากรธรรมชาติกำลังหมดไปอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วก็ยังมี “สิ่งที่อาจมองข้าม” แต่กำลังกัดกร่อนความร่วมมืออย่างช้าๆ นั่นคือ วิกฤติศรัทธา

ไทยไม่สามารถถอยหลังได้อีกต่อไป

“ศุภชัย” กล่าวด้วยว่า GCNT ไม่ได้มองสิ่งเหล่านี้ด้วยความสิ้นหวัง ในทางกลับกันเราเชื่อว่านี่คือจุดเปลี่ยน ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถถอยหลังได้อีกต่อไป (Point of No Return) นี่คือช่วงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องลุกขึ้นมา รวมพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ เราต้องเร่งผลักดัน SDGs ให้เป็นรูปธรรม วัดผลได้ และเกิดผลกระทบในระดับประเทศอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย จึงจะจัดงาน “GCNT Expo 2025: Forward SDGs Faster Together – รวมพลังเร่งสร้างโลกที่ยั่งยืน” งานแห่งความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ผ่านกรอบ 7 Transformations หรือ 7Ts ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีต้นแบบด้านความยั่งยืนที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากที่สุดเวทีหนึ่งในประเทศไทย ที่จะยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมาย SDGs ในระดับ

SDGs ถึงไทยไม่ได้ “ดีที่สุด” แต่ก็แข่งขันได้

"ดร. ธันยพร กริชติทายาวุธ" ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) กล่าวเสริมว่า ได้ใช้ข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์ของสหประชาชาติปี 2025 เพื่อดูว่า SDGs ต่างๆ ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน อย่างประเทศไทยอาจมีข้อมูลไม่ครบ จึงอิงภาพรวมจากทั่วโลก ซึ่งพบว่า SDG ที่ "ห่างไกล" ที่สุดคือ เป้าหมายที่ 13 ว่าด้วยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะที่เป้าหมายที่ประเทศไทยขับเคลื่อนได้ดีที่สุดคือเป้าหมายที่ 1—การขจัดความยากจน ถึงแม้เราจะยังไม่กล้าฟันธงว่า “หมดความยากจนแล้ว” แต่จากตัวเลขของหลายหน่วยงาน ประเทศไทยถือว่า “ขยับขึ้นมาหายใจได้” อยู่ในระดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ยังมีสงครามหรือวิกฤติรุนแรง

อีกเป้าหมายที่ไทยทำได้ดีคือข้อ 3 เรื่อง สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ระบบสาธารณสุขดี อายุเฉลี่ยสูง แต่ก็ยังมีจุดอ่อน เช่น อัตราการตายบนท้องถนนที่ยังสูง ซึ่งสะท้อนว่าการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเราอาจยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย จึงยังไม่เรียกว่ายั่งยืนอย่างแท้จริง

เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยถือว่าอยู่ในกลุ่มนำ ถึงเราจะไม่ได้ “ดีที่สุด” แต่ก็อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะด้านสุขภาพและการลดความยากจน สิงคโปร์เองแม้คะแนนบางด้านจะต่ำ แต่ก็เลือกไม่ส่งข้อมูลในบางประเด็น เหตุผลอาจเกี่ยวกับบริบทการเมือง เขาเองก็ยอมรับว่าไม่จำเป็นต้องได้คะแนนสูงทุกรายการ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญที่สุด

ต้องไม่ถอยในสิ่งที่ทำได้ดี

หากมองไปยังปี 2030 กับคำถามว่า ประเทศไทยควรเร่งทำเรื่องใดเพื่อจะบรรลุเป้า SDGs? "ดร. ธันยพร" ตอบว่า เราต้องไม่ถอยในสิ่งที่ทำได้ดี และต้องกล้าพุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายที่ยังมีช่องว่าง โดยเป้าหมายที่เรายังขาดและต้องเร่ง ได้แก่

  • เป้าหมายที่ 6: การจัดการน้ำ—ยังไม่มีกิจกรรมเชิงรุกหรือแผนฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ชัดเจน
  • เป้าหมายที่ 7: พลังงานสะอาด—แม้มีการผลิต แต่ยังไม่เพียงพอ
  • เป้าหมายที่ 8: การจ้างงานอย่างเป็นธรรม—แม้อัตราการว่างงานต่ำ แต่คุณภาพงานยังไม่ดีพอ หลายคนมีงาน แต่ไม่ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสม

“ประเทศไทยไม่ควรขายแรงงานขั้นต่ำไปตลอดชีวิต เราต้องฉีกกรอบเดิม เปลี่ยนวิธีคิดจากการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ ไปสู่ระบบที่ให้ค่าตอบแทนตามศักยภาพและความรู้ เพื่อให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ดังนั้น GCNT Expo 2025 จึงมีกรอบที่ประกอบไปด้วย 7 ด้าน Tourism, Trade, Technology, Talent Development, Transition และ Trust ซึ่งเป็นกรอบที่เรานำมาจับเพื่อหาแนวทางพัฒนา

“การทำงานจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งเขียนนโยบายลงกระดาษ เราต้องหาให้เจอว่าเราควรเริ่มทำ ‘อะไร’ และ ‘ทำแบบไหน’ เช่น การยกตัวอย่างภาคเกษตร การใช้โดรนแค่หนึ่งตัวให้บริการได้ 3 หมู่บ้าน เราจะชักชวนเกษตรกรยังไง? มีทางออกอะไรที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง? ดร. ธันยพร กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...