โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ถอดรหัส ‘ทักษิณ’ เดือดฟาด ‘ฮุน เซน’ ปมวางกับดัก ‘แพทองธาร’!!!

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

หลังถูกตั้งข้อสงสัยมานานว่าเหตุใด “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จึงไม่เคยชี้แจงประเด็นคลิปเสียงที่สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลลูกสาวของเขา และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ล่าสุด วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ทักษิณได้ปรากฏตัวบนเวทีสื่อชื่อดัง พร้อม “ระเบิดอารมณ์” และเปิดเผยเบื้องหลังที่อาจเปลี่ยนเกมการเมืองไทยไปตลอดกาล

🔥 จุดแตกหัก "ทักษิณ vs ฮุนเซน"

ทักษิณเปิดฉากรุนแรงทันทีว่า

“เคยเป็นพี่น้องกัน แต่เขาทำกับลูกผมแบบนี้ ผมถึงกับช็อก… ผมไม่อยากเชื่อว่าจะทำกันได้!”

ประโยคเดียว สะท้อนรอยร้าวลึกเกินเยียวยา ระหว่างอดีตพันธมิตรต่างแดน กับอดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่เคยแนบแน่นกันมากว่า 33 ปี

ครั้งนี้ ทักษิณไม่เพียงตอบข้อสงสัยของสังคม แต่ “ฟาดกลับ” โดยกล่าวหาว่า ฮุน เซน จงใจวางกับดักทางการเมือง เพื่อล่อให้ลูกสาวของเขาตกหลุมพราง

🎙 คลิปเสียง: กับดักหรือความบังเอิญ?

ทักษิณเล่าว่า การพบกันของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน นั้น มีการนัดหมายผ่าน “นายเคลียง ฮวด” ล่ามที่ใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา โดยฝ่ายไทยเดินทางไปตามนัดหมายร่วมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แต่ต้องรอเก้อถึง 2–3 ชั่วโมง ก่อนที่อีกฝ่ายจะอ้างว่า “หลับอยู่”

“สงสัยว่าไม่ได้หลับหรอก เตรียมอัดเทปมากกว่า!” ทักษิณแฉกลางเวที

ไม่นานนัก คลิปเสียงสนทนาดังกล่าวก็ถูกปล่อยออกมาในโลกออนไลน์ และกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่คำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พักตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของแพทองธาร ชั่วคราว

💥 แผนลับ "ฮุน เซน": ล่อเหยื่อ - ตัดเส้นสาย

ทักษิณเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็น “การวางกับดักทางจิตวิทยา” อย่างมีเป้าหมาย ไม่เพียงเพื่อดิสเครดิตลูกสาวเขา แต่เพื่อสั่นคลอนทั้งเสถียรภาพรัฐบาล และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“ลูกเราสองคนเป็นผู้นำ จะทำสงครามกันหรือไง?”

ทักษิณย้อนคำเตือนเก่าไปยังสมเด็จฮุน เซน

คำพูดนี้ไม่เพียงตัดสัมพันธ์ แต่ยังโยนความรับผิดชอบต่อความตึงเครียดชายแดนกลับไปยังฮุน เซน แบบไม่ไว้หน้า

🧩 ปมคอลเซ็นเตอร์ – ฟอกเงิน – ขบวนการแฝงเร้น?

ไม่เพียงแต่เรื่องคลิปเสียงและชายแดน ทักษิณยังลากอีกประเด็นใหญ่เข้ามาเชื่อมโยง นั่นคือ ปัญหาเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ และการฟอกเงินในกัมพูชา

เขาระบุว่า เคยให้ข้อมูลกับตำรวจไทยเกี่ยวกับ อาคาร 25 ชั้นในกัมพูชา ที่ใช้เป็นแหล่งซ่องสุมแก๊งมิจฉาชีพคนไทย พร้อมแฉชื่อบริษัทอย่าง “ฮุยวัน” ที่อยู่ในแบล็กลิสต์ของสหรัฐ และมี “ฮุน โต” หลานชายฮุน เซน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นี่คือประเด็นที่ทักษิณเชื่อว่าเขา ไปเหยียบตาปลาเครือข่ายอำนาจบางกลุ่ม และกลายเป็น “ศัตรูที่ต้องกำจัด”

💔 สะอื้นยอมรับ “คบคนผิด”

ในช่วงท้าย ทักษิณถึงกับเสียงสั่นเมื่อยอมรับว่า

“ผมพลาด ที่คบคนผิด!”

เขายืนยันว่าไม่ได้โกรธในนามส่วนตัว แต่ออกมาเพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และลูกสาวของตน พร้อมฝากคำเด็ด:

“เรื่องประเทศมาก่อน มิตรภาพเป็นเรื่องรอง”

♟ เดิมพันสุดท้ายของทักษิณ

แม้จะตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองจากหลายด้าน ทักษิณยังย้ำว่าเขา “ยังอยู่ รับรู้ และจะทำเพื่อประเทศต่อไป”

เขาเชื่อว่าระบบราชการที่เปลี่ยนไปหลังการรัฐประหารหลายครั้ง คืออุปสรรคสำคัญในการบริหารประเทศ พร้อมทิ้งคำถามใหญ่ไว้ให้สังคมคิด:

-หรือการออกมาครั้งนี้ คือการ ตัดสัมพันธ์กับกัมพูชา แบบไม่เหลือเยื่อใย?

-เพื่อเปลี่ยนแพทองธารจากผู้ต้องหาในคดี “จริยธรรม” กลายเป็น เหยื่อการวางกับดักระหว่างประเทศ?

-หรือ…นี่คือแผนการ รีเซ็ตเกมการเมืองไทยครั้งสุดท้ายของตระกูลชินวัตร?

📍 บทสรุป: จุดเริ่มต้นของจุดจบ… หรือ “หมากรีเซ็ต”?

สงครามคำพูดระหว่าง “ทักษิณ-ฮุน เซน” ครั้งนี้ ไม่ได้สะเทือนแค่เวทีระหว่างประเทศ แต่ ลากการเมืองไทยเข้าสู่ภาวะไม่ปกติอย่างชัดเจน

และ “แพทองธาร” กลายเป็นจุดศูนย์กลางของมรสุมทุกลูกที่โถมเข้าใส่รัฐบาลนี้

เกมนี้… ยังไม่จบ แต่ชัดเจนว่า “ฮุน เซน” จะไม่ใช่แค่ “ตัวประกอบ” อีกต่อไป เขาคือ คู่สงครามตัวจริง บนกระดานการเมืองแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

#ทักษิณ #ฮุนเซน #แพทองธาร #คลิปเสียง #การเมืองไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #คอลเซ็นเตอร์ #รัฐบาลไทย #ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา #ศึกการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...