โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ดีเอสไอ แจ้งข้อหา 7 ตำรวจตื๊บลูกอดีตตร. - เผยคดีเป้รักผู้การฯ ส่งฟ้องศาลอาญา 31 ก.ค.นี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.32 น.

วัชรินทร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน DSI แจ้งข้อหากฎหมายอุ้มหายซ้อมทรมานฯ 7 ตำรวจจราจรปมรุมกระทืบลูกชายอดีตตำรวจ ส่วน คดีเป้รักผู้การเท่าไหร่ เสร็จสิ้นวานนี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำกับการสอบสวนคดีความผิดแห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ พร้อมด้วย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการแจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง 7 ราย

นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประชุมและลงมติร่วมกัน ซึ่งเป็นมติร่วมระหว่างพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีความเห็นตรงกันเนื่องด้วยพยานหลักฐานมีความเพียงพอในการดำเนินคดี จึงมีการเรียกผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ ซึ่งข้อกล่าวหาในวันนี้ที่จะต้องแจ้ง คือ มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ เพราะเป็นอันตรายต่อกายและจิตใจ

ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสอบปากคำจักษุแพทย์ ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง นักกายภาพบำบัด รวมไปถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งก็ได้ผลการสอบสวนชัดเจนว่าเป็นอันตรายต่อกายและจิตใจ ซึ่งส่วนนี้เป็นหลักสำคัญของการพิจารณาความผิดตามมาตรา 5

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการกระทำร่วมกันตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 เพราะเป็นการร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ประกอบกับเรื่องนี้ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ (ตำรวจ) จึงต้องดำเนินคดีตามมาตรา 172 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และยังมีมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพ ซึ่งก็คือการข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดหรือยอมกระทำการใด ได้แก่ มาตรา 309 มาตรา 310 และมาตรา 157 อย่างไรก็ดี อัตราโทษสูงสุดเป็นไปตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 5 โดยอัตราโทษสูงสุดคือ 15 ปี

นายวัชรินทร์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับวันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนครบทุกราย โดยการสอบสวนของเรานั้นค่อนข้างให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้เสียหายและผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิ์จะให้การอย่างไรก็ได้ จะให้การปฏิเสธ แล้วอ้างพยานหลักฐานใดมา เราก็พร้อมที่จะดำเนินการสอบสวนให้ เพราะในขณะนี้ถือว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ในเวลา 7-15 วัน เนื่องจากสิ่งที่เรามีในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นพยานหลักฐาน พยานบุคคล ทั้งผู้เสียหายและน้องสาวของผู้เสียหายเองนั้น ซึ่งผู้เสียหายก็ถือเป็นประจักษ์พยานโดยตรงแล้ว

และเรายังมีกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดเจนว่ามีใครทำอะไรบ้าง โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำก็ถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำแล้ว ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องลงไม้ลงมือร่วมกันหมด เพียงแต่ไปในที่จุดเกิดเหตุแล้วยืนอยู่โดยไม่ห้ามปราม ทั้งที่รู้ว่ามีคนถูกทำร้าย แบบนี้ทางกฎหมายถือว่าเป็นการร่วมกัน

นายวัชรินทร์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับกรอบระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่คณะพนักงานสอบสวนเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น เราจะมีการสอบสวนให้ครบ และเมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจะมีการประชุมสรุปสำนวน และส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนตรวจทาน ก่อนทำความเห็นสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ต่อไป พร้อมยืนยันว่า วันนี้สำนวนการดำเนินการตั้งแต่แรกถือว่ามีความรอบคอบครบถ้วน แต่เราก็ต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะให้การ หรือการอ้างพยาน

ส่วนความคืบหน้าในส่วนของคดีเป้รักผู้การเท่าไหร่ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยวานนี้ (8 ก.ค.) ทราบว่าทางพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตกลางได้มีการนัดมาสั่งฟ้องแล้ว แต่เนื่องด้วยมีผู้ต้องหาหลายราย จึงได้มีการเลื่อนคดี โดยอัยการคดีทุจริตฯ มีการเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 ก.ค.นี้ หากมาครบทุกราย ก็จะได้มีการสั่งฟ้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ต่อไป

ขณะที่นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า สำหรับท่าทีของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 รายในวันนี้ ภาพรวมของแต่ละรายรับทราบเบื้องต้นอยู่แล้วจากกรณีที่ดีเอสไอได้มีการสอบสวน และในวันนี้ทุกคนค่อนข้างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย และมีการเตรียมทนายความส่วนตัว เชื่อว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา และอาจจะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ต้องหาเอง และหลังจากนี้หากผู้ต้องหามีประเด็นส่งเข้ามาให้เราสอบสวนเพิ่ม เราก็จะพิจารณาให้ครบถ้วน ก่อนที่จะสรุปสำนวนลงความเห็น ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางผู้ต้องหายังไม่ได้เคยมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาที่พนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอ แจ้งข้อหา 7 ตำรวจตื๊บลูกอดีตตร. – เผยคดีเป้รักผู้การฯ ส่งฟ้องศาลอาญา 31 ก.ค.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...