โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกกำลังจมน้ำ นักวิทย์ฯชี้ “มหาอุทกภัย” กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น.
ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทำให้ฝนตกหนักรุนแรงขึ้น ปัญหา “น้ำท่วม” กลายเป็นภัยธรรมชาติที่คุกคามชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เราต้องเร่งปรับตัวและหาทางอยู่ร่วมกับภัยน้ำท่วม

แม้น้ำท่วมจะไม่ใช่ภัยธรรมชาติที่มีผู้เสียชีวิตโดยตรงมากที่สุดเมื่อเทียบกับภัยจากอากาศร้อนจัดหรือมลพิษทางอากาศ แต่สถิติชี้ชัดว่า มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมหลายพันคนต่อปี ที่สำคัญคือผลกระทบหลังน้ำลด เช่น พืชผลเสียหาย โรคระบาด และการขาดแคลนทรัพยากร ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายยิ่งขึ้น ในปี 2024 เพียงปีเดียว น้ำท่วมได้บีบบังคับให้ผู้คนกว่า 19 ล้านคนต้องอพยพ ทั่วโลก ตัวเลขที่เทียบเท่ากับประชากรทั้งประเทศโซมาเลีย หรือรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ

คำถามว่าทำไมน้ำท่วมถึงรุนแรงขึ้น? ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เพราะอากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้นราว 7% ต่อทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1°C ทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนัก เมฆจะปล่อยน้ำในปริมาณมหาศาลลงมาในคราวเดียว ยิ่งไปกว่านั้น สภาพดินที่แห้งจากภาวะแห้งแล้งก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะดินแข็งกระด้างไม่สามารถดูดซับน้ำได้ ทำให้ปริมาณน้ำฝนไหลบ่าลงพื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นน้ำท่วมฉับพลัน

นอกจากน้ำฝนแล้ว ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากโลกร้อนยังทำให้เกิดน้ำท่วมชายฝั่งบ่อยและรุนแรงขึ้น รายงานจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า ภายในปี 2100 น้ำทะเลหนุนสูงที่เคยเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งในรอบ 100 ปี จะกลายเป็นเหตุการณ์ประจำปีในพื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่ทั่วโลก แม้ในกรณีที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงตามเป้า

น้ำท่วมไม่ได้ทำลายแค่ชีวิต แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สะพาน ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ทำงาน ตัวอย่างเช่น น้ำท่วมใหญ่ในประเทศสโลวีเนียเมื่อปี 2023 ทำความเสียหายกว่า 10,000 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 390,000 ล้านบาท หรือ 16% ของ GDP ประเทศ และในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว คาดว่าน้ำท่วมสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงสุดถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี คิดเป็นราว 18 ล้านล้านบาท ต่อปี

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสียจากน้ำท่วมคือ “ระบบเตือนภัยล่วงหน้า” ที่สามารถแจ้งประชาชนให้อพยพก่อนน้ำมา โดยระบบเหล่านี้เห็นผลมากในประเทศรายได้ปานกลาง แต่ยังต้องพัฒนาอีกมากในประเทศยากจน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการทางกายภาพ เช่น สร้างเขื่อนกั้นน้ำ พื้นที่รับน้ำหรือบ่อพักน้ำ พื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อดูดซับน้ำฝน หรือกำแพงกันคลื่นในพื้นที่ชายฝั่ง แต่ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า มาตรการเหล่านี้มีขีดจำกัด เมื่อโลกยังคงร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ทางออกในระยะยาวอาจต้องใช้วิธีที่เรียกว่า "การถอนตัวอย่างเป็นระบบ (Managed Retreat)" ซึ่งหมายถึง การย้ายถิ่นฐานถาวรจากพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งบางชุมชนทั่วโลกได้เริ่มดำเนินการแล้ว และในบางกรณีอาจหมายถึงการละทิ้งเมือง หรือแม้แต่ประเทศทั้งประเทศ เช่น หมู่เกาะขนาดเล็กที่กำลังจมอยู่ใต้ทะเล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...