ดาวโจนส์ปิดลบ 91.90 จุด นลท.ผิดหวังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดาวโจนส์ปิดลบ 91.90 จุด นลท.ผิดหวังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มิ.ย. 68 7:36: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (4 มิ.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 91.90 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงและดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 91.90 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 42,427.74 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.44 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 5,970.81 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 61.53 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 19,460.49 จุด
ภาคบริการของสหรัฐฯ หดตัวในเดือนพ.ค. เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี โดยสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) เผยว่า ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ค. ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 49.9 จากระดับ 51.6 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 เป็นครั้งแรก และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2024
ขณะที่ต้นทุนของธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากการชะลอตัวและเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเจฟฟรีย์ โรช (Jeffrey Roach) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ LPL Financial กล่าวว่า ผลกระทบจากภาษีน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนของภาคบริการเพิ่มขึ้น
ด้านรายงานการจ้างงานของ ADP ระบุว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ จ้างงานในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ เพื่อดูว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเพิ่มอัตราภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าสู่ระดับ 50% ซึ่งมีผลเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) และยังเป็นเส้นตายที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนดให้ชาติคู่ค้ายื่นข้อเสนอในการเจรจาการค้า เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าอื่น ๆ ที่จะมีผลบังคับใช้ช่วงต้นเดือนก.ค. โดยนักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า โดยคาดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จะพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจ
ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้น Hewlett Packard Enterprise เพิ่มขึ้น 0.8% จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI และบริการคลาวด์แบบไฮบริดที่หนุนรายได้และกำไรไตรมาส 2 ขณะที่หุ้น GlobalFoundries เพิ่มขึ้น 2.3% หลังประกาศแผนลงทุนเพิ่มเป็น 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านหุ้น Wells Fargo ลดลง 0.4% หลังขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนในช่วงสั้น ๆ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ยกเลิกเพดานสินทรัพย์ภายใต้การดำเนินงาน อยู่ที่ไม่เกิน 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยชาร์ลี ชาร์ฟ (Charlie Scharf) ซีอีโอระบุว่า ธนาคารจะขยายธุรกิจด้านการบริหารความมั่งคั่ง, การพาณิชย์ และวาณิชธนกิจ รวมไปถึงบัตรเครดิต ยกเว้นสินเชื่อบ้าน
หุ้น Tesla ปิดลดลง 3.5% หลังยอดขายในยุโรป ลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ส่วนหุ้น CrowdStrike ร่วง 5.8% หลังคาดการณ์รายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และหุ้น Dollar Tree ร่วง 8% หลังคาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะลดลงมากถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความผันผวนที่เกิดจากภาษีนำเข้า
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ