โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดือดปุด!'ฮุน มาเน็ต'สั่งปิดถาวร2ด่านชายแดนตอบโต้แม่ทัพภาค2ปิดด่าน โวยทหารไทยไม่ฟังรัฐบาล'อุ๊งอิ๊ง'

Manager Online

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 02.15 น. • MGR Online

ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงตัดสินใจปิดถาวรด่านชายแดน 2 แห่ง ในจังหวัดอุดรมีชัย ตอบโต้ในสิ่งที่เขาให้คำจำกัดความว่าเป็นการตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียวซ้ำๆของกองทัพไทย ที่ปิดจุดผ่านแดน โดยไม่ปรึกษาหารือหรือประสานงานกับกัมพูชาล่วงหน้า

ในถ้อยแถลงที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ในตอนเช้าวันอาทิตย์(22มิ.ย.) ฮุน มาเน็ต เผยว่าเขาได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัยในช่วงกลางดึก ว่ากองทัพภาคที่ 2 ของไทย ตัดสินใจปิดจุดผ่านแดนจุ๊บโกกี เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็ฯต้นไป ดังนั้นทางนายกรัฐมนตรีจึงเห็นพ้องกับแนวทางการตอบโต้ของผู้ว่าฯ ด้วยการปิดจุดผ่านแดนจุ๊บโกกีในฝั่งกัมพูชา เป็นการถาวร

นอกเหนือจากนี้แล้ว ฮุน มาเน็ต ยังออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายนี้ แจ้งกับฝ่ายไทยว่า กัมพูชา ตัดสินใจปิดจุดผ่านแดนอีกแห่ง "ช่องจอม" อีกหนึ่งจุดผ่านแดนที่สำคัญในจังหวัดแห่งนี้ และให้มีผลบังคับใช้ในทันที

นายกรัฐมตรีกัมพูชาเน้นน้ำในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า "ช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้ คืนวันที่ 21 มิถุนายน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย รายงานกับผมว่ากองทัพภาคที่ 2 ของกองทัพไทย แจ้งเกี่ยวกับการตัดสินใจปิดด่านชายแดนจุ๊บโกกี แต่เพียงฝ่ายเดียว เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"

"ผมเห็นด้วยกับการตอบโต้ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ว่า เราจะปิดจุดผ่านแดนดังกล่าวอย่างถาวร ผมสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งกับฝ่ายไทยว่ากัมพูชายังตัดสินใจเลือกปิดด่านตรวจอีกแห่ง ช่องจอม เช่นเดียวกับด่านตรวจจุ๊บโกกี เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"

หนังสือพิมพ์ขแมรไทม์ส อ้างคำกล่าวของ ฮุน มาเน็ต ระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา กองทัพไทยใช้มาตรการปิดจุดผ่านแดนระหว่างกัมพูชาและไทย แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางลบกับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ฮุน มาเน็ต ระบุว่ากัมพูชาไม่เคยมีเจตนาก่อความยุ่งยากแก่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ที่จำเป็นต้องใช้จุดผ่านแดนต่างๆ ละถ้ากองทัพไทยยังคงใช้วิธีนี้ต่อไปเพื่อกดดันกัมพูชา ทางกัมพูชาจะตอบโต้อย่างเหมาะสมทุกเมื่อ

"เป็นเรื่องแปลก เนื่องจากในขณะที่พวกผู้นำทางการเมืองของไทย ในนั้นรวมถึงนายกรัฐมนตรี ร้องขอซ้ำๆสำหรับการเจรจาทวิภาคีขอให้กลับมาเปิดจุดผ่านแดน แต่กองทัพไทยยังคงปิดแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนเวลาของการปิดด่านชายแดน" นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ระบุ

"ผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นกลยุทธ์หรือยุทธวิธี ในความสัมพันธ์ด้านการทำงานระหว่างรัฐบาลไทยกับกองทัพไทย เพราะว่ามันดูเหมือนจะไม่มีความเห็นพ้องต้องกัน และไม่มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการปิดด่านชายแดน ฝ่ายหนึ่งต้องการเจรจาทวิภาคีให้กลับมาเปิดจุดผ่านแดนและกลับสู่ภาวะปกติ แต่อีกฝ่าย ที่ชื่อว่ากองทัพไทย ยังคงเดินหน้าปิดด่านชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว" ฮุน มาเน็ต ระบุ

เขาบอกต่อว่า "สำหรับกัมพูชา เรามีความเห็นพ้องต้องกันเสมอตั้งแต่ผู้นำระดับสูงของรัฐบาลไปจนถึงทหารในพื้นที่ เมื่อนายกรัฐมนตรีออกคำสั่ง หน่วยงานระดับชาติ ระดับรองและกองทัพ จะนำไปปฏิบัติตาม ในเรื่องของการเปิดจุดผ่านแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ผมอยากเน้นย้ำจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชา ไม่มีความเป็นต้องมีการเจรจาทวิภาคีใดๆอีกในการเรื่องการกลับมาเปิดจุดผ่านแดน"

"ถ้าฝ่ายไทยต้องการให้ด่านชายแดนของเรากลับสู่ปฏิบัติการตามปกติดังเช่นก่อนหน้านั้น พวกเขาสามารถทำได้อย่างง่ายดายและทันที ด้วยการที่กองทัพไทย ซึ่งเป็นผู้เริ่มปิดด่านชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียวมาตั้งแต่วันที่ 7 มิถันายน 2025 จำเป็นต้องเปิดมันแต่เพียงฝ่ายเดียวก่อน ดังเช่นก่อนหน้านี้"

"กัมพูชาจะกลับมาเปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดในฝั่งของเราอย่างน้อยๆ 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น ทางออกง่ายๆเช่นนี้สามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วโดยไม่มีความจำเป็นต้องมีการเจรจาทวิภาคีใดๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความปรารถนาที่จริงจังในการกลับมาเปิดจุดผ่านแดนของฝ่ายไทย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุ

(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...