โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังฟุ้งมีแผน รับมือ‘วิกฤต’ ‘ใน-นอก’ปท.

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 21.18 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

คลังเตรียมแผนรับมือสงครามอิสราเอล-อิหร่าน พ่วงปัญหาการเมืองฉุดเศรษฐกิจไทยดิ่ง ลุยดันจ้างงาน 6-7 ล้านคน “จุลพันธ์” ไม่เห็นหัว ภท. วางใจเสียงข้างมากลากจบปิดจ๊อบพิจารณางบฯ 69

เมื่อวันศุกร์ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีปัจจัยเสี่ยงจากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชนว่า สศค.ไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด และได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพิจารณาว่าจำเป็นจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อออกมารองรับ

นายพรชัยระบุว่า ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้พิจารณาเห็นชอบการข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท จากทั้งหมด 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งหลักๆ จะเป็นโครงการที่จะเข้าไปเสริมเรื่องการลงทุน และอีกส่วนคือเรื่องของการจ้างงาน ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 30% ของเม็ดเงินที่ได้รับการอนุมัติ โดยกระทรวงการคลังและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ประเมินว่าจะช่วยให้มีการจ้างงานประมาณ 6-7 ล้านคน และส่วนที่เหลือจะเป็นเม็ดเงินที่ใช้ในการสนับสนุนการลงทุนด้านต่างๆ ซึ่งจะมีผลดีต่อภาคการผลิต

“ขณะเดียวกัน ประเมินว่าเม็ดเงิน 1.15 แสนล้านบาทที่จะเข้าไปสนับสนุนเรื่องแรงงาน การลงทุน และลงไปช่วยในภาคการผลิตนั้น จะมีส่วนในการช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ประมาณ 0.4-0.5% ซึ่งเชื่อว่าในส่วนนี้จะสามารถเพียงพอรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในทุกๆ ด้านได้” นายพรชัยระบุ

ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะส่งผลต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 หลังจากนี้หรือไม่ว่า การลงมตินั้นตนยังไม่รู้แนวทางของพรรค ภท. ว่าเขาจะตัดสินใจสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยู่หรือไม่

“แต่หากจะมีมติอื่นใดที่ไม่ตรงกับรัฐบาลก็ไม่มีผลอยู่ดีในชั้นกรรมาธิการ เพราะในชั้นกรรมาธิการหากบวกลบเสียงแล้วนั้น ทางรัฐบาลก็ยังมีเสียงข้างมากอยู่ เราไม่ได้ห่วงอะไร เป็นไปตามขั้นตอน ส่วนในสภาใหญ่ หากเป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องรวบรวมเสียงข้างมาก ถ้ามีเสียงข้างมากต้องไม่มีปัญหาอะไร” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามว่า การพิจารณางบประมาณปี 2569 จะเป็นไปตามกรอบเวลาหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า โดยปกติแล้วตามกรอบคือ 105 วัน ซึ่งไม่เคยมีปัญหา มีบางปีที่ตึงๆ แน่นๆ หน่อย แต่ปีนี้เราเข้ามาค่อนข้างเร็ว จึงยังมีเวลาเหลือเพียงพอในการพิจารณา หลังจากนี้เมื่อมีความชัดเจนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เราก็จะเดินหน้าในการตั้งอนุ กมธ. ซึ่งเมื่อตั้งอนุ กมธ.เสร็จ งานก็จะเร็วขึ้น เชื่อว่าจะเสร็จตามกรอบ หากไม่ทันกฎหมายก็บอกว่าให้ใช้ร่างเดิม ก็กลับไปใช้ร่างเดิม แต่ทั้งนี้เราตั้งความหวังว่าทำเสร็จทันอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ช่วงวันที่ 13-15 ส.ค.นี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...