โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตุรกี” อนาคตเป็นทะเลทราย เหตุธารน้ำแข็งละลายไม่หยุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น.
ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาในตุรกีกำลังละลายอย่างรวดเร็วจากโลกร้อน โดยลดลงไปแล้วเกือบ 50% ในรอบ 40 ปี การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 50.5°C ยิ่งเร่งการละลายของน้ำแข็งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัย หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ตุรกีอาจเผชิญภาวะแล้งและทะเลทรายครอบคลุมถึง 88% ของประเทศภายในสิ้นศตวรรษนี้

ธารน้ำแข็งบนเทือกเขา Cilo ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีกำลังละลายอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริเวณยอดเขาซึ่งเคยปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งอย่างหนาแน่น กลับเหลือเพียงโขดหินและหญ้า ขณะที่ธารน้ำแข็งที่ยังเหลืออยู่ก็กำลังหลุดลอยลงมาตามกระแสน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการละลายที่รวดเร็วเกินคาด

Mount Cilo เป็นภูเขาสูง 4,135 เมตรในจังหวัด Hakkari ใกล้ชายแดนอิรัก และเป็นแหล่งธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกีรองจาก Mount Ararat นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Yuzuncu Yil ระบุว่า ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา พื้นที่หิมะและน้ำแข็งที่ต่อเนื่องกันในภูมิภาคนี้ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง และกระบวนการละลายกำลังเกิดขึ้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ยังไม่มีกลยุทธ์ปกป้องพื้นที่น้ำแข็งได้ครอบคลุมทั้งหมด

ในหลายประเทศแถบเทือกเขาแอลป์มีการทดลองคลุมธารน้ำแข็งด้วยผ้าใบสีขาวเพื่อชะลอการละลาย แต่ในตุรกี พื้นที่และทรัพยากรจำกัดเกินกว่าจะทำเช่นนั้นได้ ธารน้ำแข็งที่ละลายไม่ได้เพียงส่งผลต่อทัศนียภาพทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นภัยต่อความปลอดภัยของนักเดินเขา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการถูกก้อนน้ำแข็งหล่นทับแล้วในปี 2023

ภูมิภาคนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธ PKK กลับมาเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวในช่วงที่สถานการณ์สงบลง และได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี 2020 อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงที่สะดวกขึ้นและจำนวนผู้เยี่ยมชมที่เพิ่มขึ้นกลับยิ่งเร่งการละลายของน้ำแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยห่างไกลและปราศจากถนนมาก่อน

รายงานขององค์การสหประชาชาติเตือนว่า พื้นที่กว่า 88% ของตุรกีมีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นทะเลทราย ภายในสิ้นศตวรรษนี้ อุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นถึง 5–6 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนจะลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี 1961–1990 การสูญเสียธารน้ำแข็งจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการคุกคามแหล่งน้ำในระยะยาว และส่งสัญญาณถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...