โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่า “วัดภูม่านฟ้า” ไม่เหมือนนครวัด ชาวเน็ตเขมรด่า แต่สวนสัตว์เบลเยี่ยมก๊อปนครวัด-นครธมแบบจัดเต็ม ทำไมเขมรเงียบ?

Manager Online

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.03 น. • MGR Online

“วัดภูม่านฟ้า” จ.บุรีรัมย์ โต้กัมพูชาไม่ได้สร้างเลียนแบบนครวัด หลังโดน ก.วัฒนธรรมฯกัมพูชากล่าวหา ด้านชาวเน็ตไทยถาม ทำไมเขมรเงียบจัง? หลังเพจดังเผยภาพเบลเยียมสร้างสวนสัตว์-สวนพฤษศาสตร์ โดยจำลองนครวัด-นครธม มาแบบจัดเต็ม

จากกรณี ดร.เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา ออกมาประณามอย่างรุนแรงว่าการก่อสร้างวัดภูม่านฟ้า โดยเฉพาะ “ปราสาทสีหนคร” ได้เลียนแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของนครวัด โดยกล่าวว่าการก่อสร้างดังกล่าว เป็นการละเมิดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและจริยธรรมด้านมรดกของเขมรอย่างร้ายแรง จนมีประชาชนชาวกัมพูชาบางส่วนเรียกร้องให้ฟ้องศาลโลก

ล่าสุด นายพีระวัฒน์ จันทสิทธิ์ ไวยาวัจกรวัดภูม่านฟ้า ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ว่า ทางวัดไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไรกับกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชา กล่าวหาว่าทางวัดสร้างเลียนแบบนครวัด เพราะกรณีนี้ไม่ใช่แค่เพิ่งจะเกิด แต่เป็นประเด็นมาหลายครั้งแล้ว ที่ผ่านมามีหน่วยงานภาครัฐทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา เคยมาดูการก่อสร้างต่าง ๆ ที่วัดภูม่านฟ้าแล้ว ก็ยังระบุตรงกันว่า ไม่ได้มีการสร้างเลียนแบบนครวัดตามที่มีการกล่าวหา แต่เป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นจากจินตนาการของเจ้าอาวาส ทำจากหินทราย และทำจากแรงศรัทธาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยมจิตใจของพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกคน

ส่วนที่ชาวกัมพูชาเรียกร้องให้ยื่นฟ้องศาลโลกนั้น นายพีระวัฒน์ เปิดเผยว่า ไม่ได้กังวลอะไรเพราะความเป็นจริงก็ไม่ได้สร้างเลียนแบบ

สำหรับ “วัดภูม่านฟ้า” หรือ “วัดพระพุทธบาทศิลา” ตั้งอยู่ใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ปัจจุบันยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2562 ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2564 ปัจจุบันมีพระอธิการสมศักดิ์ สังวรจิตโต เป็นเจ้าอาวาส

วัดภูม่านฟ้าโดดเด่นด้วยสิ่งก่อสร้างจากหินทราย ที่ทางวัดต้องการให้มีรูปแบบคล้ายคลึงกับสิ่งก่อสร้างในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งหินซ้อนเป็นชั้น ๆ หรือการแกะสลักหินทรายเป็นรูปทรงต่าง ๆ อาจมองดูคล้ายกับศิลปะจากทางประเทศอินเดีย หรืออาณาจักรขอมโบราณ ซึ่งเจตนาของวัดนั้นมุ่งก่อสร้างเป็นพุทธสถาน แต่สร้างให้มีความสวยงามคล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาทำบุญที่วัด

สำหรับสิ่งก่อสร้างสำคัญ ๆ ภายในวัดภูม่านฟ้านั้น ได้แก่ “หลวงปู่หิน” ในวิหารน้อย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ศิลปะอินเดีย, ภาพสลักนูนต่ำ ที่ตั้งเรียงรายให้ได้เห็นตลอดทาง, ลานพระนอน ฐานเป็นรูปเทวดา ยักษ์ และมนุษย์ เป็นต้น

ขณะที่สิ่งก่อสร้างสำคัญที่เป็นไฮไลต์และสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้ก็คือ เมืองสีหนคร ที่โดดเด่นไปด้วย “พระมหาเจดีย์” หรือ “ปราสาทสีหนคร” ที่สร้างขึ้นจากหินทราย แกะสลักอย่างงดงามด้วยมือ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และยังมีสิ่งก่อสร้างที่ดูคล้ายปราสาทหิน ซึ่งได้กลายเป็นดราม่าให้ประเทศเพื่อนบ้านโจมตีมาอย่างต่อเนื่องว่าวัดภูม่านฟ้าสร้างเลียนแบบนครวัด

อย่างไรก็ดีทางวัดภูม่านฟ้าได้เคยการออกมาชี้แจงแล้วว่า การก่อสร้างเมืองสีหนครแห่งนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการก่อสร้างปราสาทหินของคนโบราณในอดีต และคนสมัยปัจจุบัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรที่นำมาใช้เท่านั้น ทั้งอยากให้เมืองสีหนครแห่งนี้เป็นวัตถุที่สืบทอดให้เห็นถึงเจตนาและความศรัทธาของผู้มีจิตศรัทธาไปอย่างยาวนานถึง 5,000 ปี แต่ยืนยันว่ารูปแบบการก่อสร้างเกิดจากจิตนาการหรือนิมิต ไม่ได้ลอกเลียนแบบมาจากสถานที่แห่งใด

นอกจากนี้ทางวัดภูม่านฟ้ายังเคยให้ทางกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัด โดย เมื่อปี 2564 กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ กัมพูชา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบวัดภูม่านฟ้า หลังจากนั้น ก.วัฒนธรรมฯ กัมพูชา ได้ออกเอกสารแถลงข่าว ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ถึงเรื่องการก่อสร้างปราสาทหินในจังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย โดยมี 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. ปราสาทหินแห่งนี้เป็นหนึ่งในปราสาทหินหลายแห่งที่เป็นสถานที่สักการบูชาพระพุทธรูป ตั้งอยู่ในวัดพระพุทธบาทศิลา บ้านหนองบัวราย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย โครงสร้างภายนอกทำด้วยหินทราย ส่วนภายในเป็นคอนกรีต

2. โดยการชี้แจงและนำเสนอเอกสาร แผนผัง และสิ่งก่อสร้าง เจ้าอาวาสวัดยืนยันว่าการก่อสร้างวัดแห่งนี้ไม่ได้ลอกเลียนแบบหรือก่อสร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับนครวัดหรือวัดโบราณใดๆ ในกัมพูชา กล่าวคือ ก่อสร้างตามแบบของตนเองและออกแบบตามสถาปัตยกรรมของวัดบางแห่งในพื้นที่

3. ผู้แทนผู้ประสานงานโครงการก่อสร้างวัดยังยินดีรับคำขอจากผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมกัมพูชาให้เข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองในกรณีที่มีข้อสงสัย

ดังนั้นการที่ รมต.ก.วัฒนธรรมฯ กัมพูชา ออกมาประณามวัดภูม่านฟ้าอย่างรุนแรงว่าสร้างเลียนแบบนครวัด ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 นั้น นอกจากจะเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงแล้วยังเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งกับพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมา จนทำให้แม้แต่ชาวเน็ตกัมพูชาหลาย ๆ คน ยังต้องออกมาโพสต์ตำหนิ ก.วัฒนธรรมฯ กัมพูชา อย่างเช่น

Suong Savuth : “เพิ่งตื่นเหรอ เขาสร้างเกือบจะเสร็จแล้ว เมื่อก่อนคณะกรรมการตรวจสอบของกัมพูชาก็ไปตรวจสอบและออกประกาศแจ้งประชาชนว่ารูปแบบไม่เหมือนกับปราสาทนครวัด แต่ตอนนี้พวกเขากลับบอกว่าแบบก่อสร้างและรูปแบบเหมือนกับปราสาทนครวัด”

Chhon Chanthea บอกว่า “ก่อนหน้านี้ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ก๊อปปี้ แล้วตอนนี้เพิ่งรู้ว่าโดนก๊อปปี้ แล้วจะเอาผิดทางกฎหมายกับพวกเขาได้อย่างไร”

Muy Kroem HR บอกว่า “ตอนอยู่ที่กระทรวงก็บอกว่าส่งช่างมาดูถึงหน้างานก่อสร้าง แล้วบอกว่าไม่ได้ก๊อปปี้เขมรเลย ขอให้เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาบอกว่ามันต่างกัน แปลว่ามันพังแล้วเหรอ ตอนนี้เขาทำเกือบเสร็จแล้วก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่ดีกว่าหรือ”

หลังจากจากกรณีดราม่ากัมพูชากล่าวหาว่าวัดภูม่านฟ้าสร้างเลียนแบบนครวัด ทางเพจ ASEAN “มอง” ไทย ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความถึงสิ่งก่อสร้างที่สร้างเลียนแบบนครวัด-นครธม ในเบลเยียม ว่า

สวนสัตว์และสวนพฤษศาสตร์ Pairi Daiza ในประเทศเบลเยียม จำลองนครวัด-นครธม แบบจัดเต็ม สิ่งก่อสร้างเหล่านี้เป็นส่วนจัดแสดงเสือสายพันธุ์ต่าง ๆ อยู่ในโซนสวนสัตว์ มีทั้งอาคารหินแกะสลัก, บาราย, ระเบียงทางเดิน และซุ้มประตูทางเข้ารูปปราสาทบายนที่ใหญ่โต ซึ่งในส่วนนี้มีชื่อเรียกว่า Temple des Tigres (วัดเสือ) สวนสัตว์และสวนพฤษศาสตร์ Pairi Daiza เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 เป็นสถานที่เอกชน ตั้งอยู่ในเมืองบรูเกเลต มณฑลแอโน ประเทศเบลเยียม

นอกจากนี้เพจดังกล่าวยังตั้งคำถามกับลูกเพจว่า “กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาว่าไง ?”

หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ก็ได้มีชาวเน็ตไทยเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน สรุปความได้ว่า ทำไมชาวเขมรถึงเงียบต่อสิ่งก่อสร้างที่ก็อปนครวัด-นครธมมาอย่างชัดเจน แต่ของไทยแม้สร้างไม่เหมือนคนเขมรก็ยังมาคอยจับผิดหาเรื่อง

ขณะที่หนึ่งในโพสต์ที่แสดงความเห็นได้อย่างน่าสนใจในประเด็นนี้ระบุว่า

“ฮุนเซนต้องการหาเรื่องไทยทุกเรื่อง เคลมไทยทุกเรื่อง เพราะมีนายกฯไทยเป็นญาติกับเขมร”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...