โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกสมาคมทนายฯ ชี้ไม่ควรยุบสภาหรือลาออก แนะปรับครม. แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-กัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.10 น. • เดลินิวส์
“สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย” โพสต์แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา ชี้การยุบสภาไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด

จากกรณีเกิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่หลุดออกมา โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การพูดถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงนั้น เป็นเพียง“เทคนิค” ที่ต้องการให้สถานการณ์ตึงเครียดสงบลง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งสังคมไทย ส่งผลให้มีกระแสการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี“ยุบสภา” เกิดขึ้น จนกระทั่ง รองโฆษกเพื่อไทย ยืนยัน"นายกฯ" ไม่ลาออก-ไม่ยุบสภา เดินหน้าทำงาน ลุยออกกฎหมายทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่-กฎหมายนิรโทษกรรม-กฎหมายกาสิโน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์" หรือ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา ลงในแฟนเพจ"สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย" หลังเกิดกรณีคลิปฮุน เซน ชี้การยุบสภาจะกระทบการพิจารณางบประมาณปี 2569 ทำให้รัฐบาลไร้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่การเมืองจะเกิดสุญญากาศ เพราะตั้งรัฐบาลใหม่ได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 อีกทั้ง เสนอให้นายกรัฐมนตรีปรับคณะรัฐมนตรี ดึงคนมีความสามารถมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและงบประมาณผ่านสภาแล้ว จึงค่อยยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน พร้อมเสนอให้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 88 เพื่อเปิดทางหานายกฯ ที่เหมาะสมในอนาคตอีกด้วย

โดยสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ระบุข้อความว่า"บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ กรณี ฮุน เซน ปล่อยคลิป ด้วยการขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออกนั้น ผมไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาในขณะนี้ เพราะจะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่วนการลาออกก็จะเกิดปัญหาอีกเหมือนกันดังนี้ครับ"

อีกทั้ง "กรณีเกิดการยุบสภาจะเกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อยุบสภาจะไม่มีผู้แทนราษฎรทำหน้าที่พิจารณา และให้ความเห็นชอบกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หากยุบสภาจะต้องรอให้มี สส.ชุดใหม่มาพิจารณากฎหมายงบประมาณแทน สส.ชุดเดิม อันจะทำให้รัฐบาลไม่มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อใช้สอย โดยเฉพาะรัฐบาลจะไม่สามารถใช้งบลงทุน เพื่อกระตุ้นและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วจะต้องแย่หนักขึ้นไปอีก"

นอกจากนี้"ความเสียหายต่อมาเป็นความเสียหายทางการเมือง เมื่อเกิดการยุบสภาจะทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 (2) แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 168 จะให้รัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อก็ตาม แต่การปฏิบัติหน้าที่จะทำได้เฉพาะเรื่องที่จำเป็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (1)-(4) เท่านั้น อันจะทำให้รัฐบาลรักษาการไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะปัญหากับกัมพูชา ซึ่งทวีความตึงเครียดจึงต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนดังกล่าว รัฐบาลรักษาการจะอยู่ในสภาพเป็ดง่อยทำอะไรไม่ได้เต็มที่"

ดังนั้น "การยุบสภาในขณะนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศเกิดข้อจำกัดมากขึ้น กลายเป็นเข้าทาง ฮุน เซน และฝ่ายเผด็จการที่ต้องการให้ประชาธิปไตยของประเทศถึงทางตัน ส่วนการให้นายกรัฐมนตรีลาออกก็จะเกิดปัญหาทางการเมืองเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 บัญญัติให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ เฉพาะผู้ที่พรรคการเมืองเคยเสนอรายชื่อต่อกกต.ไว้เท่านั้น ทำให้พรรคประชาชนไม่มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็เหลือเพียง "นายชัยเกษม นิติสิริ" ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพ"

นอกจากนี้ "ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นมีเสียงรวมกันไม่ถึงครึ่ง เพราะพรรคประชาชนประกาศแล้วว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงทำให้เสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาลได้ การเมืองก็จะถึงทางตัน เมื่อนายกฯขอโทษประชาชนแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดก็ควรให้นายกฯปรับคณะรัฐมนตรี สรรหาผู้ที่เหมาะสมมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะปัญหากับกัมพูชาและชายแดนใต้ เมื่องบประมาณผ่านสภาและสถานการณ์ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาคลี่คลายลงแล้วประกอบกับเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม"

อย่างไรก็ตาม"นายกรัฐมนตรีก็ควรยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน แต่ก่อนยุบสภาก็ควรร่วมมือกันแก้ไขยกเลิก มาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญเสียก่อน เพื่อให้สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่มีข้อจำกัด ปัญหาของประเทศต้องแก้ไขโดยสติโดยไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด"

ขอบคุณข้อมูล : สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...