โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามอิสราเอล–อิหร่าน จุดเริ่มต้นภัยสิ่งแวดล้อมตะวันออกกลาง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 22.00 น.

หนึ่งสัปดาห์หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายจุดในอิหร่าน ด้วยข้ออ้างเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศได้ลุกลามจากมิติการทหารสู่การก่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ซึ่งอาจกลายเป็นชนวนของภัยด้านสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคตะวันออกกลาง

แม้ประเด็นเริ่มต้นจะอยู่ที่ความเสี่ยงต่อสถานที่นิวเคลียร์ เช่น โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในนาทานซ์และฟอร์โดว์ แต่การโจมตีกลับลุกลามไปยังโรงกลั่นน้ำมัน โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ฐานทัพขีปนาวุธ สนามบิน และสถานที่ทางทหารหลายแห่ง ซึ่งล้วนมีสารเคมีอันตรายและเชื้อเพลิงที่เมื่อถูกทำลายจะปลดปล่อยมลพิษสู่ดิน น้ำ และอากาศ

ในฝั่งอิหร่าน การโจมตีทำให้โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ พร้อมกับคลังเชื้อเพลิงชาห์รานที่ถูกไฟลุกไหม้ถังน้ำมัน 4 ใบ ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันและคราบน้ำมันตกค้าง แม้จะมีแนวคันดินช่วยควบคุมไม่ให้รั่วไหล แต่ความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนในเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาอย่างเตหะรานยังคงสูง เนื่องจากอากาศหมุนเวียนได้ยาก

ขณะเดียวกัน โรงแยกก๊าซขนาดใหญ่ของอิหร่านที่แหล่ง South Pars ก็ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับศูนย์แปรรูปก๊าซ Fajr Jam ที่มีพืชพรรณบริเวณใกล้เคียงถูกเผาทำลาย แสดงให้เห็นว่าความเสียหายเริ่มลามจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ระบบนิเวศโดยรอบ

ขีปนาวุธที่ใช้ในสงคราม

โดยเฉพาะชนิดเชื้อเพลิงเหลว เช่น ที่ใช้ไฮดราซีนและกรดไนตริก มีพิษสูงและจัดการได้ยาก การโจมตีคลังขีปนาวุธและฐานทัพ เช่น ที่เคอร์มานชาห์และโคฮิจีร์ ทำให้เกิดเพลิงไหม้และสารตกค้างที่อาจรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม

แม้ในฝั่งอิสราเอล ระบบป้องกันจะสามารถสกัดขีปนาวุธส่วนใหญ่ได้ แต่ก็มีบางส่วนตกลงในพื้นที่พลเรือน เช่น การโจมตีโรงกลั่นบาซานและโรงไฟฟ้าในเมืองไฮฟา ที่ก่อให้เกิดไฟไหม้และความเสียหายต่อระบบพลังงาน ทำให้อิสราเอลต้องปิดแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งบางส่วนชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงการผลิตปุ๋ยในอียิปต์

การโจมตีที่สำนักงานใหญ่ Mossad ยังพาดพิงถึงโรงบำบัดน้ำเสียในเมืองเฮิร์ซลียา ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนน้ำในพื้นที่ชุมชน ขณะที่อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยที่เสียหายบางส่วนยังมีแร่ใยหิน (แอสเบสตอส) ตกค้าง ซึ่งแม้จะถูกแบนในอิสราเอลตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็ยังพบแผ่นซีเมนต์ที่มีแร่ใยหินมากกว่า 100 ล้านตารางเมตรตกค้างอยู่

ขีปนาวุธพิสัยกลางที่ถูกยิงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ อาจปล่อยสารอย่างอะลูมิเนียมออกไซด์ เขม่าดำ และสารทำลายชั้นโอโซนอื่น ๆ ที่สะสมในบรรยากาศชั้นบน ซึ่งไม่มีฝนหรือลมช่วยชะล้าง การสกัดขีปนาวุธด้วยระบบป้องกันเช่น THAAD ก็อาจปลดปล่อยสารพิษเพิ่มเติม เช่น เพอร์คลอเรต ซึ่งอันตรายต่อสุขภาพหากตกลงสู่ชั้นบรรยากาศต่ำ

สงครามยังส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ สุขาภิบาล และไฟฟ้าของอิหร่าน เช่น การโจมตีโรงไฟฟ้าในเมืองการาจ การหยุดชะงักของการจ่ายไฟ และความเสี่ยงจากไซเบอร์แอทแทกต่อโครงข่ายพลังงานที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึง 80% ของประเทศ

ในทะเลอ่าวเปอร์เซียเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันชนกันเมื่อ 17 มิถุนายน และเกิดคราบน้ำมันยาวถึง 8 กิโลเมตร สื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการรบกวนสัญญาณ GPS จากสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากมีการโจมตีแท่นขุดเจาะหรือเรือบรรทุกน้ำมันในอนาคต อาจก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อมในทะเลที่รุนแรงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...