หรือนี่จะเป็นโบ้ซอรัส? นักวิทยาศาสตร์ค้นพบซากไดโนเสาร์ ตัวเท่าหมาลาบราดอร์ วิ่งเร็ว และกินพืช
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดเท่ากับหมา และเคยอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อประมาณ 150 ล้านปีก่อน ร่วมกับไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง สเตโกซอรัส (Stegosaurus) และไดพลอโดคัส (Diplodocus)
ตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Royal Society Open Science ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ว่า Enigmacursor mollyborthwickae ซึ่งมันมีขนาดใกล้เคียงกับหมาพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ โดยมีหางยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด
แม้ว่ากระดูกของไดโนเสาร์หลายชิ้นจะถูกขุดพบจากชั้นหินในโคโลราโด เมื่อประมาณปี 2021-2022 แต่กะโหลกศีรษะและกระดูกสันหลังบางส่วนหายไป ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจเกี่ยวกับความยาวที่แน่นอนของไดโนเสาร์
“ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กมากเหล่านี้ค่อนข้างหายาก การพบโครงกระดูกนี้สมบูรณ์มาก” ศ.พอล บาร์เร็ตต์ นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งลอนดอน หนึ่งในนักวิจัยโครงการนี้กล่าวกับ CNN และบอกว่า โครงกระดูกจะถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติตั้งแต่วันนี้ (26 มิถุนายน)
บาร์เร็ตต์ เล่าว่า ไดโนเสาร์ตัวนี้มีโครงสร้างค่อนข้างเบา และมีน้ำหนักประมาณเดียวกับหมาพันธุ์คอลลี่ มันเป็นสัตว์กินพืชและเดินด้วยขาหลังที่ยาว ซึ่งบ่งชี้ว่ามันวิ่งได้ค่อนข้างเร็ว ทำให้มันหลบหนีจากนักล่าได้อย่างรวดเร็ว
จากการตรวจสอบกระดูกอย่างละเอียด นักวิจัยสรุปว่าตัวอย่างนี้มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยรู้จักมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกต้นขาที่มีลักษณะเฉพาะตัวเป็นพิเศษ โดยมีกล้ามเนื้อที่ต่างจากไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวที่ถูกค้นพบนี้มีความใกล้ชิดกับ Yandusaurus hongheenis ไดโนเสาร์ที่มีความยาว 3 เมตร ซึ่งถูกพบในประเทศจีนมากที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตัวที่ค้นพบนี้ยังไม่โตเต็มที่ เนื่องจากกระดูกสันหลังบางส่วนยังไม่เชื่อมติดกัน และก็ยังไม่รู้ด้วยว่าไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ตายได้อย่างไร เนื่องจากไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนของการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บในกระดูกของมัน
บาร์เร็ตต์ กล่าวว่า ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ถูกขุดพบหรือระบุได้ค่อนข้างบ่อย ประมาณสัปดาห์ละครั้ง แต่การพบไดโนเสาร์ตัวเล็กแบบนี้เกิดขึ้นได้ยากกว่ามาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักล่าฟอสซิลมักจะค้นหาไดโนเสาร์ตัวใหญ่มากกว่า และด้วยโครงกระดูกขนาดเล็กของพวกมัน ทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกสัตว์นักล่าและสัตว์กินซากฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
อ้างอิงจาก