กรณีไทย-กัมพูชา กระทบธนาคารไทยน้อย
จากกรณีระหว่างไทยและกัมพูชาที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนยังอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น ในเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผลกระทบต่อภาคธนาคารของไทยจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการได้ สะท้อนจาก 2 ประเด็นหลัก
1.ในการออกไปให้บริการทางการเงินในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์จะใช้กลยุทธ์การดำเนินงานที่ระมัดระวังอยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความพร้อมของทรัพยากรด้านการเงินและกำหนดขอบเขตการให้บริการทางการเงินเฉพาะในด้านที่มีความถนัด
และ 2. ธนาคารพาณิชย์มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจว่าธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถดูแลควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในกัมพูชานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยมีการเข้าไปให้บริการทางการเงินในกัมพูชาในรูปแบบของการตั้งสาขาหรือให้บริการผ่านบริษัทการเงินในเครือที่ตนเองถือหุ้น เช่น บริการชำระเงิน-โอนเงินดิจิทัลข้ามประเทศ บริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด บริการด้านเงินฝาก และสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจและรายย่อย
และหากมองในมิติของความเสี่ยงในกัมพูชาของธนาคารพาณิชย์ไทย 5 แห่ง พบว่า ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการดำเนินงานในประเทศไทย โดยขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝากในกัมพูชา มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 0.41, ร้อยบะ 0.42 และร้อยละ 0.26 เมื่อเทียบกับยอดคงค้างทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ในไทยตามลำดับ
อย่างไรก็ดี พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกังวลส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นในเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณแนวชายแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดเคล็ดลับความสำเร็จ การสร้างแบรนด์ PIPATCHARA กับ คุณเพชร ‘ภิพัชรา’ แก้วจินดา
- กรณีไทย-กัมพูชา กระทบธนาคารไทยน้อย
- ลงทะเบียนเที่ยวไทยคนละครึ่ง เริ่ม 1 ก.ค. เช็กเงื่อนไขใช้สิทธิ - ต้องชําระเงินเมื่อไร?
- "พาณิชย์" เร่งระบายสินค้าเกษตรชายแดนไทยกัมพูชา ดูแลค้าขายในพื้นที่ - กันกักตุนขึ้นราคา
- ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 มิ.ย. 68) ขยับขึ้น 1.54%