โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

[Vision Exclusive] NER ดีมานด์ยางไม่ตกออเดอร์แน่น

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - NER ย้ำส่งออกยางพาราตามแผน มั่นใจความต้องการไม่ตก ไทยยังครองแชมป์ส่งออก แย้มมีออเดอร์ล่วงหน้าถึงไตรมาส 4/68 ส่วนราคายางปีนี้คาดเฉลี่ยราว 65 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงเล็กน้อยจากเดิม พร้อมเจรจาลูกค้าอินเดียเพิ่มอีก 3-4 ราย ย้ำเป้ายอดขายปีนี้ 500,000 ตัน รายได้แตะ 34,000 ล้าน โบรกประเมินกำไรสุทธิปี 2568 ใหม่อยู่ที่ 1,863 ล้านบาท (+13% YoY) และประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 6.25 บาทต่อหุ้น

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราหลากหลายประเภท ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายยางพาราในปี 2568 ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลังจากได้เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับลูกค้าจนถึงกลางไตรมาส 4/2568 บริษัทจึงคงเป้ายอดขายยางพาราไว้ที่ 500,000 ตัน และคาดว่าจะสร้างรายได้รวม 34,000 ล้านบาทในปีนี้ ขณะเดียวกัน ราคายางพารามีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อย จากที่เคยประเมินเฉลี่ยไว้ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม ปรับลงมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ยประมาณ 65 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อสอดรับกับภาวะตลาดปัจจุบัน โดยปัจจุบันราคายางพาราอยู่ที่ 62 บาทต่อกิโลกรัม

ดีมาน์ยางพาราแกร่ง

อย่างไรก็ดี ความต้องการยางพารายังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง เนื่องจากยากที่จะหาสินค้าทดแทนที่ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ล้อยางรถยนต์ทั้งระบบสันดาปและไฟฟ้ายังคงต้องพึ่งพายางพาราเป็นหลัก อีกทั้งไทยก็ยังเป็นประเทศส่งออกยางพารารายใหญ่ โดยอันดับหนึ่งคือไทย รองลงมาคือ อินโดนีเซีย โกตดิวัวร์ เวียดนาม และกัมพูชา พร้อมกันนี้ยังมีการเจรจาลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง อย่างลูกค้าอินดียที่มีกรเจรจาอยู่กว่า 3-4 ราย ทั้งนี้หากปิดดีลลูกค้าอินเดียได้สำเร็จก็จะทำให้มีออเดอร์เพิ่มเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญปีหน้า

ในส่วนของแผนการลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่งเฟสที่ 3 (STR3) ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุน โดยต้องประเมินหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งแนวโน้มความต้องการของตลาด ราคายางพาราในช่วงนี้ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท โดยโครงการดังกล่าวจะถูกนำเข้าพิจารณาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าช่วงเวลานั้นเหมาะสม
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึง NER ว่า เป้าหมายยอดขายในปี 2568 ที่ตั้งไว้ 500,000 ตัน ยังต้องรอติดตามสถานการณ์อีกครั้งช่วงกลางปี โดยภาพรวมการขายในช่วงที่เหลือของปี จากการสอบถามผู้บริหารล่าสุด พบว่าการขายส่วนใหญ่ได้ทำสัญญาล่วงหน้าไปจนถึงช่วงปลายปี 2568 แล้ว โดยมีคำสั่งซื้อในมือกว่า 400,000 ตัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องมาตรการจัดเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ทำให้ลูกค้าบางส่วนชะลอคำสั่งซื้อออกไป ซึ่งอาจทำให้เป้าปริมาณขาย 500,000 ตัน มีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามแผน ทั้งนี้ ผู้บริหารจะรอความชัดเจนของมาตรการภาษีอีกครั้งว่าจะออกมาในรูปแบบใด

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการหาลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับการรับรองโรงงานจากผู้ผลิตยางล้อในประเทศอินเดียแล้ว 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 1 ราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนทั้งนี้ ผลจากประเด็นภาษี ทำให้แผนการสร้างโรงงานยางแท่งแห่งที่ 3 ต้องเลื่อนไปจากเดิมช่วงครึ่งหลังปี 2568 เป็นต้นปี 2569 แทน อย่างไรก็ตาม NER มีแผนปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณ 15%

บริษัทหลักทรัพย์ พาย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ปรับประมาณการกำไรลงเล็กน้อย โดยมองว่าในระยะยาว ไทยยังเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราอันดับ 1 ของโลก ทำให้แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีจากสหรัฐฯ แต่บริษัทผู้ผลิตยางล้อยังคงต้องการใช้ยางพาราอยู่ดี ทั้งนี้ ได้ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2568 จากเดิม 11% เป็น 10.2% ส่งผลให้ประเมินกำไรสุทธิปี 2568 ใหม่อยู่ที่ 1,863 ล้านบาท (+13% YoY) และประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 6.25 บาทต่อหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...