โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารจีน อ่วม! ปล่อยกู้ไม่ออก-หนี้เสียพุ่ง ท่ามกลางคำสั่งรัฐเร่งกระตุ้นบริโภค

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.05 น.

"ธนาคารจีน" กำลังเผชิญกับแรงกดดันสองด้านจากคำสั่งรัฐที่เร่งให้เพิ่มสินเชื่อผู้บริโภคเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ขณะที่ความต้องการกู้ลดลง รายได้ครัวเรือนชะลอ และหนี้เสียจากสินเชื่อส่วนบุคคลพุ่งสูง โดยเฉพาะในธนาคารภูมิภาคขนาดเล็ก

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารในจีนกำลังประสบปัญหาในการปฏิบัติตามแนวทางใหม่ของรัฐบาลปักกิ่งที่สั่งให้เพิ่มการปล่อยสินเชื่อผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ท่ามกลางภาวะที่ธนาคารต้องรับมือกับยอดผิดนัดชำระหนี้สินเ ชื่อส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น และความยากลำบากในการหาครัวเรือนที่มีฐานะการเงินดีพอจะกู้เงินได้

ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลการเงินได้ออกคำสั่งหลายฉบับ กระตุ้นให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง เพื่อส่งเสริมการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐ

ธนาคารต่าง ๆ จึงเร่งโปรโมตสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่า 3% ในช่วงแรก ก่อนที่จะทยอยปรับขึ้นอีกครั้งเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการสินเชื่อและผู้บริหารธนาคารหลายรายให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า พวกเขาประสบความลำบากในการเพิ่มยอดปล่อยสินเชื่อผู้บริโภค เนื่องจากดีมานด์ต่ำ ความกังวลเกี่ยวกับปริมาณหนี้ครัวเรือนที่สูงอยู่แล้ว และรายได้ของลูกค้าที่ไม่แน่นอน

การปรับลดค่าจ้างในภาคการเงิน ภาคการผลิต และภาครัฐ ได้ซ้ำเติมสถานะทางการเงินของครัวเรือน ในขณะที่ภาษีศุลกากรจากสหรัฐที่เพิ่มขึ้นก็กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของการจ้างงานและรายได้

แหล่งข่าวระบุว่า "ตอนนี้หาลูกค้าที่อยากกู้ยืมเงินยากมาก …ธนาคารกำลังถูกบีบให้ปล่อยกู้ตามเป้า แต่ต้องควบคุมหนี้เสียด้วย …ถ้าหนี้เสียเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่สินเชื่อจะถูกลงโทษ หลายคนถึงขั้นไปกู้เงินจากธนาคารอื่นเพื่อให้บรรลุเป้าการปล่อยกู้ของตนเอง"

ข้อมูลจากธนาคารกลางระบุว่า สินเชื่อผู้บริโภคในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโต 6.1% ซึ่งชะลอลงจาก 8.7% ในช่วงเดียวกันของปี 2024 และ 11% ในปี 2566 ข้อมูลไตรมาสสองจะเผยแพร่ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยรวมของธนาคารพาณิชย์จีนอยู่ที่ 1.51% ณ สิ้นเดือนมีนาคม ใกล้เคียงกับ 1.50% ในสิ้นปี 2567 อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นขนาดเล็กมี NPL สูงกว่ามาก โดยอยู่ที่ 2.86% เทียบกับ 1.22% ของธนาคารรัฐรายใหญ่

ทั้งนี้ปัญหาของธนาคารถือเป็นสัญญาณไม่ดีต่อความพยายามของภาครัฐที่จะกระตุ้นการบริโภคด้วยสินเชื่อ ซึ่งถูกมองว่าเร็วกว่าการเพิ่มรายได้ของครัวเรือน วิธีหลังนี้ต้องอาศัยให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีหนี้สินอยู่แล้ว เพิ่มงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม และเงินเดือนข้าราชการ

นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านหนี้มีแนวโน้มจะให้ผลเพียงชั่วคราว

Lynn Song หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนใหญ่ของ ING กล่าวว่า "การกระตุ้นผ่านรายได้จะยั่งยืนกว่า แต่ยากกว่าที่ภาครัฐจะทำได้"

นักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้กังวลกับระดับหนี้ครัวเรือนโดยรวมของจีนที่อยู่ที่ประมาณ 60% ของ GDP (เทียบกับ 70% ของสหรัฐฯ และกว่า 90% ของเกาหลีใต้) แต่กังวลกับอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในภาคสินเชื่อผู้บริโภคมากกว่า

ในไตรมาสแรกของปีนี้ ธนาคารจีนได้นำ NPL มูลค่า 74.27 พันล้านหยวน (ประมาณ 10.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ออกมาขาย ซึ่งเพิ่มขึ้น 190.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกว่า 70% ของหนี้เสียเหล่านี้เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล

"เรามีหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ลูกค้าหลายคนไม่สามารถชำระได้ เราทำได้เพียงเจรจาขยายเวลาผ่อนชำระ" เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารรัฐรายใหญ่กล่าว พร้อมเสริมว่าธนาคารให้ความสำคัญกับการตัดหนี้เสียทิ้ง มากกว่าการออกสินเชื่อใหม่

ธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า อัตรา NPL ของสินเชื่อผู้บริโภคในปี 2567 อยู่ที่ 2.39% เพิ่มจาก 1.34% ในปีก่อนหน้า

ขณะที่ธนาคารภูมิภาคขนาดเล็กมีสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่ามาก เช่น ธนาคาร Bohai มี NPL จากสินเชื่อผู้บริโภคพุ่งขึ้นเป็น 12.37% จาก 4.44% และธนาคาร Harbin เพิ่มจาก 3.94% เป็น 5.51%

"ลูกค้าเราได้รับผลกระทบจากสงครามภาษี ทำให้สภาพคล่องแย่ลง ไม่สามารถชำระหนี้ได้" ผู้จัดการธนาคารภูมิภาครายหนึ่งกล่าว

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ ผู้บริโภคไม่อยากกู้เงิน แบบสำรวจของธนาคารกลางจากครัวเรือน 20,000 ราย พบว่า 61.4% มีแผนจะ เพิ่มการออม เพิ่มขึ้นเกือบ 20 จุดจากระดับก่อนโควิด Christopher Beddor นักวิเคราะห์จาก Gavekal Dragonomics กล่าวว่า "ปัญหาพื้นฐานคือ รายได้เติบโตช้า และครัวเรือนกังวลกับอนาคต พวกเขาจึงระมัดระวังในการใช้จ่ายและกู้เงิน …ไม่ใช่เพราะพวกเขากู้เงินราคาถูกไม่ได้ แต่เพราะเขาไม่อยากกู้"

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...