ธนาคารจีน อ่วม! ปล่อยกู้ไม่ออก-หนี้เสียพุ่ง ท่ามกลางคำสั่งรัฐเร่งกระตุ้นบริโภค
"ธนาคารจีน" กำลังเผชิญกับแรงกดดันสองด้านจากคำสั่งรัฐที่เร่งให้เพิ่มสินเชื่อผู้บริโภคเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ขณะที่ความต้องการกู้ลดลง รายได้ครัวเรือนชะลอ และหนี้เสียจากสินเชื่อส่วนบุคคลพุ่งสูง โดยเฉพาะในธนาคารภูมิภาคขนาดเล็ก
วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารในจีนกำลังประสบปัญหาในการปฏิบัติตามแนวทางใหม่ของรัฐบาลปักกิ่งที่สั่งให้เพิ่มการปล่อยสินเชื่อผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ท่ามกลางภาวะที่ธนาคารต้องรับมือกับยอดผิดนัดชำระหนี้สินเ ชื่อส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น และความยากลำบากในการหาครัวเรือนที่มีฐานะการเงินดีพอจะกู้เงินได้
ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลการเงินได้ออกคำสั่งหลายฉบับ กระตุ้นให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง เพื่อส่งเสริมการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐ
ธนาคารต่าง ๆ จึงเร่งโปรโมตสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่า 3% ในช่วงแรก ก่อนที่จะทยอยปรับขึ้นอีกครั้งเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการสินเชื่อและผู้บริหารธนาคารหลายรายให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า พวกเขาประสบความลำบากในการเพิ่มยอดปล่อยสินเชื่อผู้บริโภค เนื่องจากดีมานด์ต่ำ ความกังวลเกี่ยวกับปริมาณหนี้ครัวเรือนที่สูงอยู่แล้ว และรายได้ของลูกค้าที่ไม่แน่นอน
การปรับลดค่าจ้างในภาคการเงิน ภาคการผลิต และภาครัฐ ได้ซ้ำเติมสถานะทางการเงินของครัวเรือน ในขณะที่ภาษีศุลกากรจากสหรัฐที่เพิ่มขึ้นก็กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของการจ้างงานและรายได้
แหล่งข่าวระบุว่า "ตอนนี้หาลูกค้าที่อยากกู้ยืมเงินยากมาก …ธนาคารกำลังถูกบีบให้ปล่อยกู้ตามเป้า แต่ต้องควบคุมหนี้เสียด้วย …ถ้าหนี้เสียเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่สินเชื่อจะถูกลงโทษ หลายคนถึงขั้นไปกู้เงินจากธนาคารอื่นเพื่อให้บรรลุเป้าการปล่อยกู้ของตนเอง"
ข้อมูลจากธนาคารกลางระบุว่า สินเชื่อผู้บริโภคในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโต 6.1% ซึ่งชะลอลงจาก 8.7% ในช่วงเดียวกันของปี 2024 และ 11% ในปี 2566 ข้อมูลไตรมาสสองจะเผยแพร่ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยรวมของธนาคารพาณิชย์จีนอยู่ที่ 1.51% ณ สิ้นเดือนมีนาคม ใกล้เคียงกับ 1.50% ในสิ้นปี 2567 อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นขนาดเล็กมี NPL สูงกว่ามาก โดยอยู่ที่ 2.86% เทียบกับ 1.22% ของธนาคารรัฐรายใหญ่
ทั้งนี้ปัญหาของธนาคารถือเป็นสัญญาณไม่ดีต่อความพยายามของภาครัฐที่จะกระตุ้นการบริโภคด้วยสินเชื่อ ซึ่งถูกมองว่าเร็วกว่าการเพิ่มรายได้ของครัวเรือน วิธีหลังนี้ต้องอาศัยให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีหนี้สินอยู่แล้ว เพิ่มงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม และเงินเดือนข้าราชการ
นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านหนี้มีแนวโน้มจะให้ผลเพียงชั่วคราว
Lynn Song หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนใหญ่ของ ING กล่าวว่า "การกระตุ้นผ่านรายได้จะยั่งยืนกว่า แต่ยากกว่าที่ภาครัฐจะทำได้"
นักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้กังวลกับระดับหนี้ครัวเรือนโดยรวมของจีนที่อยู่ที่ประมาณ 60% ของ GDP (เทียบกับ 70% ของสหรัฐฯ และกว่า 90% ของเกาหลีใต้) แต่กังวลกับอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในภาคสินเชื่อผู้บริโภคมากกว่า
ในไตรมาสแรกของปีนี้ ธนาคารจีนได้นำ NPL มูลค่า 74.27 พันล้านหยวน (ประมาณ 10.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ออกมาขาย ซึ่งเพิ่มขึ้น 190.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกว่า 70% ของหนี้เสียเหล่านี้เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล
"เรามีหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ลูกค้าหลายคนไม่สามารถชำระได้ เราทำได้เพียงเจรจาขยายเวลาผ่อนชำระ" เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารรัฐรายใหญ่กล่าว พร้อมเสริมว่าธนาคารให้ความสำคัญกับการตัดหนี้เสียทิ้ง มากกว่าการออกสินเชื่อใหม่
ธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า อัตรา NPL ของสินเชื่อผู้บริโภคในปี 2567 อยู่ที่ 2.39% เพิ่มจาก 1.34% ในปีก่อนหน้า
ขณะที่ธนาคารภูมิภาคขนาดเล็กมีสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่ามาก เช่น ธนาคาร Bohai มี NPL จากสินเชื่อผู้บริโภคพุ่งขึ้นเป็น 12.37% จาก 4.44% และธนาคาร Harbin เพิ่มจาก 3.94% เป็น 5.51%
"ลูกค้าเราได้รับผลกระทบจากสงครามภาษี ทำให้สภาพคล่องแย่ลง ไม่สามารถชำระหนี้ได้" ผู้จัดการธนาคารภูมิภาครายหนึ่งกล่าว
อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ ผู้บริโภคไม่อยากกู้เงิน แบบสำรวจของธนาคารกลางจากครัวเรือน 20,000 ราย พบว่า 61.4% มีแผนจะ เพิ่มการออม เพิ่มขึ้นเกือบ 20 จุดจากระดับก่อนโควิด Christopher Beddor นักวิเคราะห์จาก Gavekal Dragonomics กล่าวว่า "ปัญหาพื้นฐานคือ รายได้เติบโตช้า และครัวเรือนกังวลกับอนาคต พวกเขาจึงระมัดระวังในการใช้จ่ายและกู้เงิน …ไม่ใช่เพราะพวกเขากู้เงินราคาถูกไม่ได้ แต่เพราะเขาไม่อยากกู้"
อ้างอิง : www.reuters.com