สหกรุ๊ปขยายธุรกิจแบรนด์เนมมือสอง ดึงRAGTAGจับตลาดดีไซเนอร์แบรนด์
สหกรุ๊ปขยายตลาดแบรนด์เนมมือสอง รุกเซ็กเมนต์แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ ผนึก RAGTAG เชนร้านมือสองสัญชาติญี่ปุ่นปักธง One Bangkok ขนทัพสินค้า 600-500,000 บาท กว่า 2,000 รายการ เจาะกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงานรับเทรนด์แต่งหรู แย้มเตรียมขยายสาขาเพิ่ม เน้นทำเลห้าง กทม.-ชานเมือง พร้อมเล็งสานความร่วมมือแบรนด์มือสองในเครือสหกรุ๊ป
นายฮายาโตะ โมเทกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ สห (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหาร RAGTAG ร้านสินค้าแบรนด์เนมมือสองสัญชาติญี่ปุ่นกล่าวว่า ตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองในไทยมีศักยภาพการเติบโตสูง สะท้อนจากผู้เล่นหรือร้านสินค้าแบรนด์เนมมือสองจำนวนมาก ทั้งสัญชาติไทยและญี่ปุ่นที่ยังมีแนวโน้มผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันหาสินค้ามือสองซึ่งราคาจับต้องง่าย เพื่อประหยัดเม็ดเงินในกระเป๋า
แฟชั่นหรูช่องว่างตลาดแบรนด์เนมมือสอง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ตลาดยังมีช่องว่างที่ยังไม่มีผู้เล่นรายใดจับมาเป็นจุดเด่นของธุรกิจโดยตรง นั่นคือกลุ่มแฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ หรือเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ หรือนักออกแบบแฟชั่น รวมไปถึงเสื้อผ้าจากบรรดาแบรนด์หรู ซึ่งมีความต้องการจากกลุ่มวัยหนุ่ม-สาวที่นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าดีไซเนอร์แบรนด์ และการแต่งกายแบบใช้เสื้อผ้าหลายชิ้นและแอ็กเซสซอรี่อื่น ๆ ร่วมกัน เช่นเดียวกับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน จึงพร้อมเปิดรับการซื้อ และใช้งานสินค้ามือสอง
“สัญญาณที่สะท้อนถึงดีมานด์แฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์มือสองในไทยคือ จำนวนลูกค้าชาวไทยที่มาจับจ่ายในร้าน RAGTAG ทั้ง 24 สาขาในญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งด้านจำนวนคนและจำนวนชิ้นของสินค้าที่ซื้ออย่างเห็นได้ชัดในระดับเลข 2 หลักในช่วงที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผลลัพธ์ที่ดีของร้านพ็อปอัพสโตล์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยหนึ่งในดีมานด์ของลูกค้าชาวไทยที่แตกต่างจากชาวญี่ปุ่นคือ ต้องการเสื้อผ้าแบบ Over Size, เสื้อผ้า-กระเป๋าที่มีสีสันและลวดลายฉูดฉาด”
ยกทัพสินค้า 1.8 พันรายการ
เพื่อชิงสร้างการเติบโตจากเทรนด์นี้ และรุกเข้าสู่ช่องว่างของตลาด บริษัท เวิลด์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของร้าน RAGTAG จึงขยายความร่วมมือกับเครือสหกรุ๊ป ซึ่งเดิมมีความร่วมมือด้านนำเข้าสินค้าแฟชั่นมาจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว ด้วยการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กับ เวิลด์กรุ๊ป เพื่อนำแบรนด์ RAGTAG (เเร็กแท็ก) มาเปิดสาขาในประเทศไทย เป็นประเทศแรกนอกญี่ปุ่น
โดยปักธงสาขาแรกที่โครงการ One Bangkok เนื่องจากเป็นศูนย์รวมสินค้าระดับพรีเมี่ยม และผู้บริโภคกำลังซื้อสูง ด้วยงบฯ 18 ล้านบาท รวมสินค้าจำนวน 1,700-1,800 รายการ ราคาตั้งแต่ 600-500,000 บาท ภายในร้านขนาดพื้นที่ 165 ตร.ม. ซึ่งช่วง 5 วันแรกของการเปิดบริการ มีผู้บริโภคหลากหลาย ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในไทย อายุตั้งแต่ 20-50 ปี สะท้อนถึงโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าที่หลากหลาย
เร่งสร้างรับรู้ชิงลูกค้าไทย-เทศ
นายฮายาโตะกล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้บริษัทจะเร่งเครื่องการทำตลาด สร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคเหล่านี้ เน้นสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, Instagram, LINE รวมถึงการใช้ KOL เพื่อให้รู้จักแบรนด์ พร้อมย้ำจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น อย่างการเน้นไลน์อัพแฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่นสัดส่วน 70% ของสินค้าภายในร้าน การคัดเลือกและตรวจสอบสินค้าโดยทีมผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่น การแบ่งและแจ้งเกรดสินค้าตามสภาพอย่างชัดเจน การออกแบบร้านสไตล์เดียวกับสาขาในญี่ปุ่น และการรับซื้อสินค้าจากเจ้าของโดยตรงเท่านั้น ไม่มีการรับซื้อจากคนกลางหรือผู้ค้าส่ง ซึ่งทำให้ได้สินค้าคุณภาพดี หรือหายากในราคาที่ดีกว่าคู่แข่ง
รวมไปถึงการบริการและการสื่อสารกับลูกค้าจากทีมพนักงานซึ่งคัดผู้ที่รักในแฟชั่น และมีความรู้ในสินค้าแบรนด์เนมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าหายาก
“อีกหนึ่งในจุดเด่นที่จะสร้างความได้เปรียบให้เราในระยะยาวคือ ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่มาใช้ภายในร้านแบบเดียวกับที่บริษัทใช้ในสาขาในญี่ปุ่น ด้วยการเก็บข้อมูลแบบนิรนาม ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์หาสินค้าที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสนใจได้”
นอกจากนี้ บริษัทเริ่มบริการรับซื้อสินค้าจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นให้บริการตรวจสอบและเสนอมูลค่ารับซื้อ
สำหรับแผนขยายสาขานั้น จะอาศัยความร่วมมือกับเครือสหกรุ๊ป เพื่อช่วยหา-คัดเลือกทำเล ซึ่งระยะแรกจะเน้นในกรุงเทพฯ และย่านชานเมือง ทั้งในศูนย์การค้าและร้านค้าติดถนน ขณะเดียวกัน เตรียมเปิดตัวช่องทางอีคอมเมิร์ซของแบรนด์ หรือ ragtagthailand.com อย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2568 นี้ หลังปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนทดลองใช้งาน
โดยในระยะยาวจะขยายสาขารุกไปในประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มอีก
ไม่ใช่คู่แข่งแต่เป็นพันธมิตร
นายฮายาโตะย้ำว่า แม้เครือสหกรุ๊ปจะมีธุรกิจร้านแบรนด์เนมมือสองสัญชาติญี่ปุ่นเปิดสาขาในไทยอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จึงมั่นใจว่าจะเป็นการเสริมแกร่งให้กับทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่าจะเป็นคู่แข่ง เช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่นที่วงการธุรกิจร้านแบรนด์เนมมือสองมีความร่วมมือระหว่างกัน เช่น ร่วมกันรับซื้อสินค้าในกรณีที่สินค้าที่มีผู้นำมาขายมีความหลากหลาย หรือไม่อยู่ในความเชี่ยวชาญ เป็นต้น
โดยแบรนด์เดิมในเครือสหกรุ๊ปมีความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาหรู ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ RAGTAG ไม่มีการรับซื้อ-วางจำหน่าย จึงเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกัน และอาจสามารถต่อยอดสร้างความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตได้อีกด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหกรุ๊ปขยายธุรกิจแบรนด์เนมมือสอง ดึงRAGTAGจับตลาดดีไซเนอร์แบรนด์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net