โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพระเบิด ที่บรรจุในเครื่องบิน F-16 ก่อนนำขึ้นปฏิบัติการ ทิ้งบอมบ์กัมพูชา

มุมข่าว

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 07.05 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด ล่าสุดกองทัพอากาศไทย (Royal Thai Air Force) ได้เปิดเผยภาพอาวุธระเบิดที่บรรจุอยู่ในเครื่องบิน F-16

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด ล่าสุดกองทัพอากาศไทย (Royal Thai Air Force) ได้เปิดเผยภาพอาวุธระเบิดที่บรรจุอยู่ในเครื่องบิน F-16 ซึ่งถูกจัดเตรียมก่อนนำขึ้นปฏิบัติการในช่วงเช้าของวันนี้ โดยมีภารกิจสนับสนุนภาคพื้นของกองทัพบกไทย เพื่อปกป้องอธิปไตยบริเวณแนวชายแดน

เครื่องบิน F-16 จำนวน 6 ลำ ได้ออกบินจากฐานปฏิบัติการ พร้อมติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูง เพื่อโจมตีเป้าหมายสำคัญซึ่งเป็นฐานของกองพลน้อยฝ่ายกัมพูชา 2 แห่ง ที่มีพฤติกรรมเป็นต้นตอของการใช้อาวุธหนักโจมตีพลเรือนและกำลังพลไทยก่อนหน้านี้

ภารกิจดังกล่าวใช้เวลารวมประมาณ 20 นาที ก่อนที่ F-16 ทั้ง 6 ลำ จะเดินทางกลับถึงฐานอย่างปลอดภัย ไม่มีความเสียหายใด ๆ ต่อเครื่องหรือเจ้าหน้าที่นักบิน

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศไทยได้ออกแถลงการณ์ยืนยันชัดเจนว่า ข่าวลือที่แพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดียจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งอ้างว่าเครื่องบิน F-16 ของไทยถูกยิงตกนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ (Fake News) และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

กองทัพอากาศย้ำว่า ทุกภารกิจดำเนินไปอย่างเป็นระบบ มีการประเมินความเสี่ยง และวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเป้าหมายคือการปกป้องอธิปไตยของไทย และลดผลกระทบต่อพลเรือนให้มากที่สุด

สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยมีการประเมินต่อเนื่องจากศูนย์บัญชาการร่วม พร้อมมาตรการตอบโต้ในระดับที่เหมาะสมกับระดับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...