โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SAPPE ปิดบวก 7% หลังจ่อซื้อหุ้นคืน 250 ลบ. โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 40 บ. มอง P/E ต่ำค่าเฉลี่ย-ปันผลสูง 6.2%

Wealthy Thai

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.02 น.

ราคาหุ้น SAPPE ปิดบวก 7% หลังจ่อซื้อหุ้นคืนวงเงิน 250 ลบ. ฟากโบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 40 บ. มองราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6.2%
วันนี้ (17 มิ.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 30.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ +7.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 33.31 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงิน 250 ล้านบาท หรือ 5 ล้านหุ้น ดีเดย์ 20 มิ.ย.-19 ธ.ค.68
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ SAPPE ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาท หรือ 5 ล้านหุ้น (1.62% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) โดยมีระยะเวลาซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ถึง 19 ธันวาคม 2568 แม้ว่าโครงการซื้อหุ้นคืนจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มองในแง่ดีและคิดว่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคาหุ้นได้
โดยหุ้น SAPPE ซื้อขายกันที่ระดับ 8.7 เท่าของ P/E ปี 2025F ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.5SD ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ชอบเรื่องราวการพลิกฟื้นของ SAPPE โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตเป็นบวกเมื่อเทียบกับปีก่อนตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป จากที่ลดลง -38% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1/68 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ SAPPE เป็นบริษัทที่มีเงินสดจำนวนมาก โดยมีเงินสด 1.5 พันล้านบาทในงบดุล ณ สิ้นไตรมาส 1/68 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นบริษัทที่มีสถานะเงินสดสุทธิ (มีหนี้น้อยกว่าเงินสด) ซึ่งทำให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่น ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ นอกจากนี้ บริษัทยังมี EBITDA ที่ 1.6 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งหมายความว่ามีกระแสเงินสดภายในที่เพียงพอสำหรับใช้ในโครงการซื้อหุ้นคืน ในขณะที่ราคาซื้อคืนเฉลี่ยอาจสูงถึง 50 บาทต่อหุ้น แต่ราคาซื้อคืนถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 115% ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
สำหรับไตรมาส 1/68 ยอดขายของ SAPPE ลดลง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.1 พันล้านบาท สาเหตุเกิดจากตลาดต่างประเทศ (คิดเป็นประมาณ 74% ของยอดขายรวม) ซึ่งประสบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และปัญหาสินค้าคงคลังที่มากเกินไป (Overstock) โดยเฉพาะในยุโรป (9.9% ของยอดขาย) และตะวันออกกลาง (10.7%) ที่คาดว่าจะได้รับการแก้ไขในระยะถัดไป ผู้บริหารตั้งเป้าหมายว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในไตรมาส 3/68 ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรืออยู่ที่ระดับ 1.6 พันล้านบาท เชื่อว่าการพลิกฟื้นของยอดขายและกำไรที่รวดเร็วและมีนัยสำคัญจะนำไปสู่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาหุ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SAPPE และราคาเป้าหมายที่ 40.00 บาท โดยชอบการเติบโตที่ดีในระยะยาวของ SAPPE ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องดื่ม “โมกุ โมกุ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีทั่วโลก ราคาหุ้น SAPPE ซื้อขายกันที่ระดับ 8.7 เท่าของ P/E ปี 2568F ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.5SD นอกจากนี้ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6.2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...