SAPPE ปิดบวก 7% หลังจ่อซื้อหุ้นคืน 250 ลบ. โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 40 บ. มอง P/E ต่ำค่าเฉลี่ย-ปันผลสูง 6.2%
ราคาหุ้น SAPPE ปิดบวก 7% หลังจ่อซื้อหุ้นคืนวงเงิน 250 ลบ. ฟากโบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 40 บ. มองราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6.2%
วันนี้ (17 มิ.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 30.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ +7.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 33.31 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงิน 250 ล้านบาท หรือ 5 ล้านหุ้น ดีเดย์ 20 มิ.ย.-19 ธ.ค.68
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ SAPPE ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาท หรือ 5 ล้านหุ้น (1.62% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) โดยมีระยะเวลาซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ถึง 19 ธันวาคม 2568 แม้ว่าโครงการซื้อหุ้นคืนจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มองในแง่ดีและคิดว่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคาหุ้นได้
โดยหุ้น SAPPE ซื้อขายกันที่ระดับ 8.7 เท่าของ P/E ปี 2025F ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.5SD ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ชอบเรื่องราวการพลิกฟื้นของ SAPPE โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตเป็นบวกเมื่อเทียบกับปีก่อนตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป จากที่ลดลง -38% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1/68 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ SAPPE เป็นบริษัทที่มีเงินสดจำนวนมาก โดยมีเงินสด 1.5 พันล้านบาทในงบดุล ณ สิ้นไตรมาส 1/68 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นบริษัทที่มีสถานะเงินสดสุทธิ (มีหนี้น้อยกว่าเงินสด) ซึ่งทำให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่น ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ นอกจากนี้ บริษัทยังมี EBITDA ที่ 1.6 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งหมายความว่ามีกระแสเงินสดภายในที่เพียงพอสำหรับใช้ในโครงการซื้อหุ้นคืน ในขณะที่ราคาซื้อคืนเฉลี่ยอาจสูงถึง 50 บาทต่อหุ้น แต่ราคาซื้อคืนถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 115% ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
สำหรับไตรมาส 1/68 ยอดขายของ SAPPE ลดลง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.1 พันล้านบาท สาเหตุเกิดจากตลาดต่างประเทศ (คิดเป็นประมาณ 74% ของยอดขายรวม) ซึ่งประสบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และปัญหาสินค้าคงคลังที่มากเกินไป (Overstock) โดยเฉพาะในยุโรป (9.9% ของยอดขาย) และตะวันออกกลาง (10.7%) ที่คาดว่าจะได้รับการแก้ไขในระยะถัดไป ผู้บริหารตั้งเป้าหมายว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในไตรมาส 3/68 ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรืออยู่ที่ระดับ 1.6 พันล้านบาท เชื่อว่าการพลิกฟื้นของยอดขายและกำไรที่รวดเร็วและมีนัยสำคัญจะนำไปสู่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาหุ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/68 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SAPPE และราคาเป้าหมายที่ 40.00 บาท โดยชอบการเติบโตที่ดีในระยะยาวของ SAPPE ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องดื่ม “โมกุ โมกุ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีทั่วโลก ราคาหุ้น SAPPE ซื้อขายกันที่ระดับ 8.7 เท่าของ P/E ปี 2568F ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.5SD นอกจากนี้ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6.2%