สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มิ.ย. 68 8:59: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 74.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.28%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 76.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.22 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.4%
ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวพุ่งสูงกว่า 4% ในวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานและการส่งออกน้ำมันและก๊าซที่สำคัญ จะยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประชุมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ กำลังจะเข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน โดยการประชุมใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งทรัมป์ได้พูดคุยกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หลังการประชุมดังกล่าว
โดยหลายฝ่ายจับตาดูว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากอาวุธของสหรัฐฯ ถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้ราบคาบ มากกว่าที่อิสราเอลจะทำเพียงลำพัง
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข และเตือนว่า ความอดทนของสหรัฐฯ กำลังจะหมดลง แต่กล่าวว่าจะยังไม่มีเจตนาที่จะสังหารผู้นำอิหร่านในตอนนี้ ขณะที่สงครามทางอากาศระหว่างอิสราเอล-อิหร่านล่วงเข้าสู่วันที่ 6 โดยทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย แสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้น ในขณะกำลังพิจารณาว่า จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในความขัดแย้งนี้หรือไม่
*** ภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่บ่งชี้ว่าการโจมตีของอิสราเอล ได้สร้างความเสียหายแก่โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดินของอิหร่าน ณ แหล่งผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หลักของประเทศ ตามรายงานของหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ โดยสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้โพสต์ว่า ได้ระบุองค์ประกอบเพิ่มเติมที่บ่งชี้ถึงผลกระทบโดยตรงต่อห้องเสริมสมรรถนะใต้ดิน
*** ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวว่าจีน มีความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่เลวร้ายในตะวันออกกลาง ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่ออิหร่าน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลดความรุนแรงลงโดยเร็วที่สุด จีนต่อต้านการกระทำใด ๆ ที่ละเมิดอำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอื่น ๆ และเห็นว่าความขัดแย้งทางทหารไม่ใช่ทางออก พร้อมเสริมว่า จีนพร้อมที่จะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
คำกล่าวของผู้นำจีน มีขึ้นไม่นานหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศของจีน แนะนำว่าสหรัฐฯ ควรใช้อิทธิพลที่มีต่ออิสราเอลเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้งไม่ให้ลุกลาม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออก ซึ่งจีนมักจัดหาพลังงานผ่านภูมิภาคแห่งนี้
*** ทำเนียบขาวประกาศว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขยายเส้นตายเดิมในวันที่ 19 มิ.ย. สำหรับบริษัท ByteDance (ซึ่งมีฐานอยู่ในจีน) ในการขายสินทรัพย์ของแอปวิดีโอสั้น TikTok ในสหรัฐฯ ออกไปอีก 90 วัน แม้ว่าจะมีกฎหมายที่กำหนดให้ต้องขายกิจการหรือปิดตัวลง หากไม่มีความคืบหน้าที่สำคัญ โดยทรัมป์ได้อนุมัติการผ่อนผันการบังคับใช้คำสั่งแบน TikTok มาแล้ว 2 ครั้งก็ตาม ซึ่งเดิมมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค. โดยแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนามในคำสั่งพิเศษเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้เพื่อให้ TikTok สามารถดำเนินการต่อไปได้
*** กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนพ.ค.ลดลงอย่างมาก โดยได้รับผลกระทบจากยอดขายน้ำมันที่ลดลงและความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ โดยยอดค้าปลีกลดลง 0.9%
*** ตลาดคาดว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันในการประชุมวันพุธนี้ โดยย้ำว่าพวกเขาต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลในวงกว้าง ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยผู้กำหนดนโยบายได้เตือนว่าภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนด อาจกระตุ้น อัตราเงินเฟ้อและการว่างงาน แต่จนถึงขณะนี้ การจ้างงานที่ยังคงที่และอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลง ได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่เฟดสามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ได้ในปีนี้
*** ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสมาร์ทโฟนที่ Trump Organization ประกาศเปิดตัวใหม่นั้น มีแนวโน้มสูงที่จะผลิตขึ้นในจีน แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะผลิตในสหรัฐฯก็ตาม โดยบริษัทซึ่งเป็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศเปิดตัว T1 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนสีทอง ที่ระบุว่าจะวางขายในราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android ของ Google
Trump Organization กล่าวว่าโทรศัพท์จะ สร้างในสหรัฐฯ แต่ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าโทรศัพท์นี้น่าจะได้รับการออกแบบและผลิตโดยบริษัทจีน ไม่มีทางที่โทรศัพท์จะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด และไม่มีทางที่จะประกอบในสหรัฐฯ หรือผลิตในสหรัฐฯทั้งหมด นั่นเป็นไปไม่ได้เลย
*** Amazon กำลังขยายเทศกาลลดราคา Prime Day โดยประกาศว่างานลดราคาประจำปีนี้จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 8 ก.ค. เวลา 00:01 น. ตามเวลาแปซิฟิก และดำเนินไปจนถึงวันที่ 11 ก.ค. และเป็นครั้งแรกที่บริษัทจะนำเสนอ ดีลพิเศษตามธีม ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน และมีจำนวนจำกัด จนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Amazon ได้ทดลองเพิ่ม ดีลจำกัดเวลาและดีลเฉพาะผู้ได้รับเชิญ ในช่วง Prime Day เพื่อสร้างความรู้สึกเร่งด่วนหรือสินค้าหายาก
ทั้งนี้ Prime Day เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญสำหรับผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆ ซึ่งมักจะจัดกิจกรรมลดราคาที่แข่งขันกันในช่วงเวลาเดียวกัน
*** xAI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์ กำลังเจรจาเพื่อระดมทุน 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านการลงทุนในหุ้น นอกเหนือจาก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการออกตราสารหนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทของมัสก์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AI แชทบอท Grok ต้องการเงินทุนใหม่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้ใช้เงินทุนส่วนใหญ่ที่ระดมมาก่อนหน้านี้ไปแล้ว ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2023 จนถึงการเปิดขายตราสารหนี้ในปีนี้ xAI ได้ระดมทุนผ่านการจัดหาเงินทุนจากหุ้นไปแล้ว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 31 มี.ค. เหลือเงินสดในงบดุลของบริษัทเพียง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
*** Helsing สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีป้องกันของยุโรป เปิดเผยว่าได้ระดมทุนรอบใหม่ได้มากถึง 600 ล้านยูโร (ประมาณ 693.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การลงทุนครั้งนี้นำโดย Prima Materia ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนที่ก่อตั้งโดย แดเนียล เอ็ก ซีอีโอของ Spotify และ ชาคิล ข่าน ผู้ร่วมลงทุนรายแรก ๆ ของแอปสตรีมเพลงยอดนิยม นอกจากนี้ เอ็กยังดำรงตำแหน่งประธานของ Helsing อีกด้วย
ตลาดเทคโนโลยีป้องกันประเทศเนื้อหอมในสายตานักลงทุน ท่ามกลางความขัดแย้งใหญ่ระดับโลก รวมถึงสงครามในยูเครนและสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งในปี 2024 การระดมทุนในภาคส่วนป้องกันประเทศ ความมั่นคง และความยืดหยุ่นของยุโรปพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านเกมและโซเชียลมีเดียของจีน กำลังขยายธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งไปยังยุโรป โดยดอว์สัน ทง ซีอีโอของกลุ่มธุรกิจคลาวด์ของ Tencent เปิดเผยว่า บริษัทตั้งใจนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคลาวด์ที่สั่งสมมานานจากผลิตภัณฑ์ในจีนมาสู่ตลาดนี้ โดย Tencent วางแผนที่จะแข่งขันกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Amazon, Microsoft และ Google ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดคลาวด์ในยุโรปรวมกันถึง 70% โดยเน้นที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
*** การส่งออกของญี่ปุ่นลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังคุกคามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบางของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้
รัฐบาลญี่ปุ่น กำลังเร่งหาทางให้สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ที่พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการผลิตของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับอัตราภาษี ตอบโต้ 24% ที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 9 ก.ค. หากไม่สามารถเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐฯได้ โดยมูลค่าการส่งออกรวม ลดลง 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพ.ค. ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.8% และตามหลังการเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนเม.ย. ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯลดลง 11.1% เมื่อเดือนที่แล้วจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ การส่งออกไปยังจีน ลดลง 8.8% ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า การนำเข้าลดลง 7.7% ในเดือนพ.ค.จากปีก่อนหน้า เทียบกับการคาดการณ์ของตลาดที่ 6.7%
*** ผลสำรวจ Tankan แสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตของญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจลดลงในเดือนมิ.ย. และแสดงความระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนของภาษีสหรัฐฯ และอุปสงค์ที่อ่อนแอจากจีน โดยผลสำรวจรายเดือนซึ่งติดตามดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจรายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุว่าดัชนีของผู้ผลิตอยู่ที่ +6 ในเดือนมิ.ย. ลดลงจาก +8 ในเดือนพ.ค. มีการคาดการณ์ว่าดัชนีจะลดลงต่อไปอีกเป็น +2 ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังมีท่าที แข็งกร้าว ในการเจรจาการค้า ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ยังไม่ได้เสนอสิ่งที่ทรัมป์มองว่า เป็นข้อตกลงที่ยุติธรรม ขณะที่คณะทำงานนำโดยรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ยังคงอยู่ที่การประชุม G7 ในแคนาดาเพื่อทำงานด้านประเด็นการค้าต่อไป หลังจากที่ทรัมป์เดินทางกลับก่อนกำหนด
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ