โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดดีล1.57แสนล.กระตุ้นศก.

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 00.09 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

ปิดดีล! “คลัง” แจงคณะอนุกรรมการกลั่นกรองใช้งบ 1.57 แสนล้านบาท ถกพิจารณาโครงการผ่านเข้ารอบใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจเคาะ ดันเข้า ครม.วันที่ 24 มิ.ย. ด้าน กมธ.งบฯ ปิดห้องถก! ปมมี สส.ไลฟ์สดผ่านช่องของตนเอง กังวลประเด็นล่อแหลม-ถูกตัดต่อให้เข้าใจผิด ก่อนได้ข้อสรุปถ่ายทอดสดได้เฉพาะตัวเอง ห้ามไลฟ์ตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลังเป็นประธาน ว่าขณะนี้การพิจารณาแผนงานและคำขอใช้งบประมาณในวงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในวันที่ 18 มิ.ย. 2568 และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 มิ.ย.ต่อไป

“วันนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาคำของบประมาณแล้วเสร็จแล้ว และเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันพุธที่ 18 มิ.ย.นี้ คาดว่าบอร์ดน่าจะพิจารณาเห็นชอบในวันเดียวเลย และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. นัด 24 มิ.ย.นี้เลย เพื่อเร่งเบิกจ่ายให้ทันสิ้นปีงบประมาณ 2568 หรือ 30 ก.ย.นี้ และเพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว” นายพรชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายพรชัยระบุว่าแม้วงเงินที่วางกรอบไว้จะอยู่ที่ 157,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาใช้งบครั้งนี้ "ไม่ได้พิจารณาเต็มวงเงิน" ส่วนรายละเอียดว่าใช้งบจำนวนเท่าใดหรือกับโครงการใดบ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยขอให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเสียก่อน จึงจะสามารถแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง

โดยก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า การกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ 157,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น สืบเนื่องจากมีคำขอโครงการจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามามากกว่า 10,000 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 400,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องกลั่นกรองและกำหนดหลักเกณฑ์ให้รัดกุมและชัดเจนมากขึ้น โดยย้ำว่าโครงการลงทุนต้องมีความจำเป็นและตรงจุด เช่นโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งซ้ำซาก ส่วนโครงการถนน จะต้องช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของประเทศ

พร้อมกันนี้ ยังมีการกำหนดให้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนปกติ ห้ามใช้วิธีพิเศษ และจะไม่พิจารณาโครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของงบประมาณ พร้อมย้ำว่างบวงเงินรวมนี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนทั้งหมด หากมีเงินเหลือจากการคัดกรองโครงการก็จะมีกลไกนำไปใช้ในด้านอื่นๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

อย่างไรก็ดี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พิชัย ชุณหวชิร-Pichai Chunhavajira โดยระบุว่า "ในการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ (16 มิ.ย.) ต้องขอขอบคุณคณะทำงานทุกท่านที่ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการต่างๆ เดินหน้าได้อย่างคุ้มค่า เป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันการทุจริต และกระจายรายได้ไปทั่วประเทศ"

"ทุกโครงการไม่ใช่แค่ตัวเลขในแผนงาน แต่คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งต้องทำทั้งเรื่องน้ำให้ไม่ท่วม ไม่แล้ง เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างความปลอดภัยในประเทศ ทุกขั้นตอนที่เราร่วมกันวางรากฐานในวันนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจ้างงาน และได้ผลในการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปพร้อมกัน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้หารือต่อที่ประชุมเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุม หลังจากที่ประชุมเคยมีมติไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าให้มีการถ่ายทอดเฉพาะภาพและเสียงไปยังบริเวณด้านหน้าห้องประชุม ห้องรับรองผู้ชี้แจง และห้องประจำตัว สส.ที่เป็น กมธ.เพื่อให้สามารถติดตามการประชุมได้อย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเป็นการประชุมลับ

จากนั้นมีการหารือแบบลับประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที จึงได้กลับเข้าสู่วาระการประชุมปกติ ที่มีการถ่ายทอดสดออกมานอกห้องประชุม โดยมีรายงานว่าที่ประชุมยังคงมีมติไม่ให้มีการถ่ายทอดสด แต่การถ่ายทอดสดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ กมธ.บางคนยังสามารถทำได้ ยกเว้นในวาระการประชุมลับที่มีประเด็นสุ่มเสี่ยง เช่นเรื่องความมั่นคง ซึ่งอนุญาตให้สามารถถ่ายทอดได้เฉพาะตัวผู้เผยแพร่การถ่ายทอดสดเอง แต่ไม่สามารถถ่ายทอดสดตลอดเวลาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในช่วงที่มีการหารือแบบลับนั้น ได้มีการหยุดถ่ายทอดภาพและเสียงออกมาที่หน้าจอโทรทัศน์ด้านหน้าห้องประชุม ผู้ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องจึงได้ยินเสียงการหารือเพียงชั่วครู่เท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำกมธ.ได้เดินออกมาที่หน้าห้องประชุม พร้อมขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาดูแล ไม่ให้มีบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ กมธ.เข้ามาภายในห้องประชุมระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...