“เฟด” ส่งสัญญาณรอดูสถานการณ์ แม้ตลาดคาดลดดอกเบี้ย ก.ย.
“เฟด” ส่งสัญญาณรอดูสถานการณ์ แม้ตลาดคาดลดดอกเบี้ย ก.ย.จับตาแรงกดดันจากภาษี-ตะวันออกกลาง
วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 05.38 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ในสัปดาห์นี้ โดยแม้จะไม่มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยในทันที แต่ตลาดให้ความสนใจกับสัญญาณเชิงนโยบายที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ การปรับประมาณการเงินเฟ้อ ทิศทางการจ้างงาน แนวโน้มการเติบโตของ GDP และความชัดเจนว่า FOMC จะยังคงคาดการณ์ลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้หรือไม่
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ “Dot Plot” ซึ่งแสดงมุมมองรายบุคคลของกรรมการต่อระดับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยในการประชุมเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ส่งสัญญาณคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง หากมีเพียง 2 คนที่เปลี่ยนความเห็น ก็อาจทำให้ค่ากลางเหลือเพียงการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง
ขณะที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่อาจกระทบราคาพลังงานโลก และมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ออกมากดดันให้เฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America มองว่าเฟดจะยังไม่รีบร้อนตัดสินใจ และจะใช้ท่าที “รอดูข้อมูลเพิ่มเติม” โดยเน้นจับตาความอ่อนแอของตลาดแรงงานล่าสุดและข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
ด้านอดีตประธานเฟดสาขาดัลลัสระบุว่า หากไม่มีผลกระทบจากภาษี เงินเฟ้อจะยิ่งอ่อนตัวลง และเฟดอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย
ปัจจุบัน ตลาดการเงินประเมินว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปน่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งจะครบรอบ 1 ปีของการลดดอกเบี้ย 0.5% อย่างไม่คาดคิดเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ข้อมูลล่าสุดยังบ่งชี้ว่าแม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากภาษีจะเริ่มสะสม แต่ในภาพรวมยังไม่กระทบราคาสินค้าในระดับมหภาค ส่งผลให้นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs คาดว่าเฟดจะยังคงคาดการณ์การลดดอกเบี้ย 2 ครั้งไว้เช่นเดิม แต่ในความเป็นจริงอาจเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งในปลายปี
นอกจากนี้คาดว่า FOMC จะปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2567 ขึ้นเป็น 3% จากเดิม 2.8% ลดประมาณการการเติบโตของ GDP เหลือ 1.5% และเพิ่มคาดการณ์อัตราว่างงานเป็น 4.5%
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จาก Evercore ISI มองว่าเฟดจะยังไม่เปลี่ยนท่าที และจะใช้ช่วงฤดูร้อนในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญในเดือนกันยายน โดยสัญญาณหลักที่จะชี้ทิศทางได้แก่ การจ้างงาน เงินเฟ้อ และผลกระทบจากนโยบายการค้า
อ้างอิง : cnbc.com