เสื้อผ้ามือ 2 จากบริจาคเพื่อการกุศล สู่เทรนด์ธุรกิจที่มูลค่าตลาดทั่วโลกถึง 3.3 ล้านล้านบาท !
Reporter Journey
อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • Reporter Journeyเสื้อผ้ามือ 2 จากการบริจาคเพื่อการกุศล สู่เทรนด์ธุรกิจรักโลกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน จนมีมูลค่าตลาดทั่วโลกถึง 3.3 ล้านล้านบาท !
จากข้อมูลของธนาคารลอมบาร์ด โอเดียร์ ปัจจุบันตลาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับมือ 2 ทั่วโลกมีมูลค่าตลาดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่เคยมีมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2020
หากตัวเลขข้างต้นยังไม่ทำให้รู้สึกว่าตลาดเสื้อผ้ามือ 2 นั้นเติบโตและเป็นที่ยอมรับขึ้นมากในปัจจุบัน สถาบัน McKinsey ยังมีข้อมูลที่ลงลึกอีกว่าในปี 2023 ตลาดเสื้อผ้ามือ 2 ในสหรัฐอเมริกาเติบโตเร็วกว่าตลาดเสื้อผ้าทั่วไปถึง 15 เท่า ! และในปี 2024 ยอดขายเสื้อผ้าทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ 10% จะเกิดจากการซื้อขายเสื้อผ้ามือ 2 ที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน เพราะในทุก ๆ วันจะมีเสื้อผ้ามือ 2 กว่า 30,000 รายการ ถูกประกาศขายในเว็บไซต์ Vestiaire แพลตฟอร์มซื้อขายเสื้อผ้ามือ 2 ระดับโลก
ไม่เพียงเท่านั้นนักวิเคราะห์จากธนาคาร Wells Fargo คาดการณ์ว่าในตู้เสื้อผ้าของเรา ๆ และของผู้คนทั่วโลกมีชุดที่เราอาจจะ ‘ไม่ได้ใส่แล้ว’ หรือ ‘ใส่ไม่ได้แล้ว’ อยู่เต็มไปหมดซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม ๆ ถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ฯ หากมีการประกาศขายพร้อมกันทั่วโลก (ถ้าปล่อยไว้ก็จะฝุ่นจับอยู่อย่างนั้น สิ้นมูลค่าไป ไม่ก็ถูกนำไปบริจาคฟรี) จากนี้ตลาดเสื้อผ้ามือ 2 จะไปสุดที่ตรงไหน และผู้ประกอบการในไทยจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้บ้างหรือไม่ ?
.
ทำไมคนถึงซื้อเสื้อผ้ามือ 2
เหตุผลประการแรก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้คนตื่นรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อุตสาหกรรมแฟชันมีส่วนทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 10% บนโลก ซึ่งเป็นตัวเลขการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากกว่าการขนส่งมวลชนทางบกและการเดินทางทางอากาศรวมกันเสียอีก
เหตุผลประการที่สอง CEO ของแพลตฟอร์มขายเสื้อผ้ามือ 2 Vestiaire ‘แมกซิมิเลียน บิตต์เนอร์’ (Maximilian Bittner) ระบุว่าเหตุผลด้านราคาคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เสื้อผ้ามือ 2 ได้รับความนิยมในยุคสมัยนี้ เพราะสินค้ามือ 2 มีราคาที่ถูกกว่ามาก บางชิ้นบางรายการยังดูเหมือนใหม่มาก ๆ เลยด้วยซ้ำ มีการประเมินว่า
โดยเฉลี่ยเสื้อผ้ามือ 2 ถูกกว่าเสื้อฟ้าทั่วไปที่เป็น Fast Fashion ถึง 33%
เสื้อโค้ตมือ 2 ถูกกว่าเสื้อโค๊ตมือ 1 ถึง 64%
ชุดเดรสมือ 2 ถูกกว่าชุดเดรสมือ 1 ถึง 72%
พอเป็นแบบนี้ ผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์จึงหันมาซื้อสินค้ามือ 2 กันมากขึ้น
.
ความท้าทายของสินค้ามือ 2
แต่ความท้าทายที่สินค้ามือ 2 เผชิญก็มีเช่นกัน ผู้ซื้อจะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้านั้น ๆ คือของแท้ ? ปัญหานี้ก็ทำเอาเจ้าของแพลตฟอร์มขายสินค้ามือ 2 พยายามหาทางออกกันอยู่ ซึ่งก็มีวิธีน่าสนใจมากมาย เช่น บริษัท Start Up ชื่อ ‘Osmo’ ใช้วิธียืนยันความแท้-ปลอม ของรองเท้าด้วยกลิ่นเฉพาะของรองเท้านั้น ๆ หรืออย่างอีกหนึ่งบริษัท Start Up ‘Ordre’ ใช้วิธีการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ด้วยการสร้าง “digital fingerprint” ของสินค้านั้น ๆ ไว้สำหรับเข็คย้อนกลับว่าแท้หรือปลอม
มาถึงตรงนี้จะพบว่าต่างประเทศจริงจังเรื่องสินค้ามือ 2 กันอย่างมาก มีหลายบริษัทเปิดตัวแพลตฟอร์มของตัวเองสำหรับเป็น Market Place ในการซื้อขายสินค้ามือ 2 โดยเฉพาะ เช่น The RealReal, thredUp, Vestiaire, Vinted ฯลฯ แต่บริษัทไหนจะทำกำไรได้มาก-ได้น้อย จะขาดทุนหรือเปล่า จากนี้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละแพลตฟอร์มแล้ว เพราะจะแข่งขันในธุรกิจนี้ก็มีความท้าทายเช่นกัน และความท้าทายนั้นก็มาจากเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเองนั่นแหละ
จากเดิมทีที่ต้องมีแพลตฟอร์มจากบริษัทเอกชน จาก Start Up จากที่ผู้คนตั้งคำถามว่าอันไหนปลอมอันไหนจริง งั้นถ้าเป็นเจ้าของแบรนด์เองที่ลุกมาเปิดช่องทางสินค้ามือ 2 จะเป็นอย่างไร ? คำถามนี้ไม่ต้องการคำตอบ เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้วหลังจากที่ Lululemon และ The North Face กำลังเข้าสู่ธุรกิจขายสินค้ามือ 2 ด้วยตัวเอง
.
กลับมาที่ประเทศไทย
ในประเทศไทยก็มีแพลตฟอร์มขายสินค้ามือ 2 เช่นกัน (ลองเสิชใน google ได้) แต่จากพฤติกรรมคนในยุคดิจิทัล และ Social Commerce เข้ามามีบทบาทสำคัญ เราจะพบการ Live ขายของบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มากขึ้นจนเป็นภาพชินตาจากทั้ง FB Live, TikTok และ Instagram
จากข้อมูลที่สื่อต่างประเทศรายงาน สถิติทางตัวเลขที่นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินออกมาคาดการณ์ เป็นที่เชื่อได้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้สินค้ามือ 2 จะได้รับความนิยมในไทยมากขึ้น เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมมากขึ้น เพราะเทรนด์สินค้ามือ 2 ในไทยกำลังจะถูกเร่งด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ เงินในกระเป๋าสตางค์คนไทย และความตื่นรู้ของคนไทยต่อประเด็นด้าน Climate Change
ตอนนี้อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะหันกลับไปมองที่ตู้เสื้อผ้า
และตัดใจขายเสื้อตัวโปรดที่เราไม่ได้ใส่มานานแล้วให้คนอื่นต่อไป
.
อ้างอิง The Economist